139: ความถูกต้องอยู่หนใด จาก Blythe สู่แบบอาคารรัฐสภา
posted on 09 Sep 2009 15:34 by rinnathecat in Thoughtเอิ่ม... วันนี้ได้อ่านพาดหัวข่าวนี้แล้ว ในฐานะที่ฉันก็เป็นนักออกแบบคนหนึ่ง ฉันรู้สึกสลดใจจริงๆ ที่วงการออกแบบไทย ทำ "งามหน้า" อีกแล้ว ด้วยการ "ลอกเลียนผลงานของคนอื่น ส่งเข้าประกวด"
สำหรับใครที่อาจจะไม่ได้ติดตามข่าวสารทางด้านนี้ ขอเล่าย่อๆให้ฟังละกันค่ะ ว่าเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา สมาคมสถาปนิกสยาม ได้มีหนังสือ แจ้งสอบจรรยาบรรณ ของผู้ส่งผลงานประกวดแบบรัฐสภา แห่งใหม่ ของผู้ส่งเข้าประกวดหมายเลข 095/1 เนื่องจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดนั้น มีความคล้ายคลึง กับผลงานประกวดแบบ Tamar Redevelopment Hong Kong แบบที่เรียกได้ว่า แทบจะเปี๊ยบ เลยทีเดียว
ก่อนจะว่ากันต่อ อ้ะ ดูรูปกันก่อนค่ะ ขออนุญาตนำภาพประกอบมาจากลิ้งหลักของ อาษา นะคะ
http://asa.or.th/?q=node/100038
อันนี้ผลงานของคนไทย ที่ส่งเข้าประกวด สังเกตดู มันคือตึกรูปคล้ายๆเลข 7 ที่มีคุณลุงกำลังชี้อยู่นี่ล่ะค่ะ มีกลมๆทางซ้าย สี่เหลี่ยมทางขวา งึมงัมๆ พอเห็นใช่ไหมคะ
โอเค งั้นมาดูรูปที่ว่า โดนลอกเลียนมาบ้างค่ะ ว่าเหมือนไม่เหมือนยังไง
อันนี้ผลงานของโปรเจคประกวดที่ฮ่องกง อืมม... ตึกรูปเลข 7 เหมืิอนกันเลย..มีกลมๆทางซ้าย กับสี่เหลี่ยมทางขวาด้วย...ดูเผินๆแล้ว ยังกะเอารูปผิดอันมาแปะ เพราะผลงานโคตระเหมือนนนนนน กันทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ดูให้ดี นึกว่า เอ๊ะ นี่มันงานเดียวกันรึเปล่า
โอเค ใครสนใจที่มาของข่าว ต้องการอ่านรายละเอียดชัดๆ ก็ตามลิ้งนี้เลยค่ะ
http://asa.or.th/?q=node/100038
มีภาพเพิ่มเติมด้วย
ตอนแรก ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่ จนกระทั่งมีคนรู้จักของคนรู้จักของรุ่นพี่ (โอ้ยยย ซับซ้อน) ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่หลายคนใน Facebook มาเขียน comment เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า
"เพื่อนผมเอง เอิ้ก"
"มายืนยันว่าไม่ใช่มักง่ายแค่ครั้งเดียว มันเป็นมาตั้งแต่นิสิตแล้ว"
"มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เป็น นิสิตแล้วว่ะ เลยไม่แปลกใจที่มันกล้าทำอะไรแบบนี้ออกมา"
"ไม่เรียกก็อปมั้งครับ อจ. รุ้สึกจะเอารูปตึกเค้ามาชอปเลย -_-" ประมาณว่าเอามาทั้งดุ้น"
"เราเรียกคนๆ นี้ว่า ตอแหลและเนรคุณต่อครูบาอาจารย์ เราเห็นเห็นมากับตา สมแล้วที่โดนอย่างนี้"
อันนี้เจ้าตัวบริษัทดังที่ส่งประกวดเป็นใคร ถ้าอยากทราบ ก็คงหาลิ้งและข้อมูลต่อไปกันเองได้ไม่ยากน่ะนะคะ แต่ฉันไม่ได้มาเขียนเพื่อต้องการแฉ แต่เขียนเพื่อต้องการชี้ประเด็นให้เห็น และตักเตือนเด็กๆรุ่นใหม่ ที่จะเรียกตัวเองว่า นักออกแบบ หรือสถาปนิก หรืออะไรก็แล้วแต่ทั้งหลาย ในอนาคต ว่า "คนเรา ฝึกฝนตัวเองมายังไง ก็ได้แบบนั้น" ฝึกเป็นนักคิด ก็โตมาเป็นนักคิด ฝึกมาเป็นนักลอก ก็โตมาเป็นนักลอกเลียนตัวเขื่อง แต่คนเรามักจะมองข้ามความไม่ถูกต้องที่เราคิดว่าเล็กๆน้อยๆ ปล่อยให้มันกลายเป็นมะเร็งร้ายลุกลามจิตสำนึกของเรา ด้วยคำสั้นๆง่ายๆว่า "นิดหน่อยเองน่า" หรือคิดว่า "ขอให้กูได้ไว้ก่อน"
โอ้ยย พูดถึงลอก ก็ไม่ใช่แค่ข่าวลอกงานประกวด ที่ทำให้ฉันรู้สึกสลดใจ แต่สาวๆในวงการตุ๊กตาไบลธ์ ก็คงได้ข่าวอยู่แล้ว เรื่องตุ๊กตาลอกเลียนแบบ Blythe ออกวางขายให้เกลื่อนไปหมด เมื่อหลายเดือนก่อน โดยแอบอ้างว่า "นี่ไม่ใช่การลอกเลียนแบบนะ นี่เป็นแค่ตุ๊กตาหัวโต ที่ผลิตขึ้นมาทำนองเดียวกับไบลธ์ เท่านั้น" โอ้ย ท่านทั้งหลาย~ ที่ฉันสลดใจ ไม่ใช่เพราะมันมีของแบบนี้ออกมาขายหรอกนะ เพราะกะได้ว่า มันจะต้องมีแน่ๆ พวกฉวยโอกาสทั้งหลาย แต่ฉันสลดใจเพราะเยาวชนไทยตาใส ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ดั๊นนนนนน ไม่มีจิตสำนึกไปด้วย แถมมีทัศนคติต่อเรื่องนี้ว่า "อือ.. มันก็เป็นของเลียนแบบอ่ะนะ แต่เอาไว้หัดคัสตอม ก็ดีเหมือนกัน ถือซะว่าลดต้นทุน" ฟังแล้วก็นะ.. พูดไม่ออก...
แรงไปกว่าตุ๊กตาไบลธ์ปลอม ก็เห็นจะเป็นหนังสือไบลธ์ผิดกฎหมาย
ที่พิมพ์โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของ ไม่ใช่ละเมิดลิขสิทธิ์เฉยๆนะคะ แต่ยังแอบเอารูป เอาข้อความจากบล๊อกเอย จากเว็บไซท์อื่นๆเอย ไปพิมพ์ลงแล้วแอบอ้างว่าสัมภาษณ์มาเอง (มีรูปฉันลงด้วย... มีบทสัมภาษณ์ด้วย... ทั้งๆที่ฉันไม่เคยไปให้สัมภาษณ์...
แร๊งงงง) ซึ่งบางเล่ม ก็โดนตำรวจบุกจับและถูกดำเนินคดีแล้วด้วย
แต่หลายคนก็ยังคิดว่า "กรี๊ด กูอยากได้ ขอซื้อซักเล่มก่อนโดนตำรวจกวาดไปหมดเถอะ" โดยคิดแค่เพียงว่า "ถ้ากูชอบ กูต้องได้"
โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า การที่มีของผิดลิขสิทธิ์ออกมา มันส่งผลเสีย
ต่อใครบ้าง คนที่เป็นคนออกแบบผลงานนั้นๆออกมา จะรู้สึกยังไงบ้าง
คนที่โดนเอาไปแอบอ้าง จะเสียหายอย่างไรบ้าง ขอแค่ความพอใจของฉันเป็นพอ
ขอให้ฉันได้ผลประโยชน์เป็นพอ
ถ้าเห็นโจรขโมยของคนอื่นมา เอาของที่เราอยากได้มาวางขาย แต่ทั้งๆที่รู้เราก็สนับสนุนโจร ซื้อของโจร โดยไม่สนใจว่าคนที่โดนขโมยมา จะเดือดร้อนยังไงงั้นหรือ?
ไบลธ์ปลอม ที่อ้างว่า ไม่ได้เลียนแบบนะ แค่เป็นตุ๊กตาหัวโตตาโต ทำนองเดียวกับไบลธ์เฉยๆ
ที่มา ( http://tiny.cc/fake_blythe )
เทียบกับไบลธ์จริง
(ที่มา http://www.blythedoll.com)
สมัยที่เรายังเป็นเด็ก ยังมีความรับผิดชอบต่อโลกและสังคมไม่มาก เราลอกการบ้านเพื่อน เพียงเพราะคิดว่า "มันก็ตอบเหมือนกันอยู่แล้ว" เราลอกข้อสอบเพื่อน เพียงเพราะคิดว่า "อาจารย์ไม่รู้หรอก มันก็ตอบเหมือนกันแหละ" โดยที่ไม่ได้รู้ตัว ว่ามันจะส่งผลเสียต่อตัวเอง เวลาที่เราทำความผิดอะไรเล็กๆน้อยๆ โดยที่คนอื่นไม่รู้ เราก็ได้ฝึกฝนนิสัยใจคอแบบนั้นมาเป็นนิสัย ติดตัวมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย โดยหารู้ไม่ว่า ไอ้นิสัยเล็กๆน้อยๆ ที่ตัวเราเองมองข้าม มันก็เป็นปัจจัย ส่งให้เรามีความ "กล้า" ที่จะทำความผิดมากขึ้นในอนาคต การสนับสนุนสิ่งผิดๆ เล็กๆน้อยๆ มันทับถม หมักหมม ในตัวเรา ทีละนิดๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
คนเราฝึกหัดทำความผิดทีละน้อยๆ เริ่มแรกก็จากการผิดศีลก่อน ศีลข้อที่ง่ายที่สุด คือศีลข้อ 4 โกหกนิดๆหน่อยๆ คิดว่าคนอื่นไม่รู้ หรือเริ่มจากตบยุงตัวเล็กๆ เราก็เริ่มจิตใจ "ด้านชา" มีความกล้าที่จะฆ่าสิ่งที่ใหญ่ขึ้นๆตามลำดับ
คุณลุงสถาปนิก เจ้าของบริษัทดัง ที่โดนสอบจรรยาบรรณ เป็นหลักฐาน ของจิตใจที่ด้านชานั้นๆ ที่ถูกฝึกฝนมาจากการ "ตบแบบ" คนอื่น ตั้งแต่สมัยเรียน จนตัวเองออกมาเปิดบริษัทเอง ทำงานใหญ่โต มีชื่อเสียง แต่แล้ววันนึง ชื่อเสียงบริษัททั้งหลาย ก็อาจจะถล่มทลายไปได้ ด้วยการทำความผิด ที่ตัวเองคิดว่า "นิดหน่อยเองน่า ไม่เป็นไรหรอก"
ฉันไม่ขอพูดถึงผู้ใหญ่วัยดึก ที่อาจจะเกินต่อการตักเตือนให้ปรับตัว แต่ถ้าเยาวชนไทย เด็กๆทั้งหลาย มองไม่เห็น แยกแยะความถูกต้อง จากความผิด ความชั่ว ไม่ออก อนาคตประเทศไทยคงมีปัญหาแน่ๆ ฉันหวังว่า ทุกคนจะตั้งสติซักหน่อย ก่อนที่จะกระทำอะไรก็ตามในชีวิต ฉันเชื่อว่า การแยะแยะสิ่งผิดถูก ไม่ใช่ของยาก แต่เป็นของที่หลายคน ไม่ใส่ใจ และไม่สนใจ และมักจะมองแต่ตัวเองไว้ก่อน โดยหารู้ไม่ว่า ไม่วันใดก็วันนึง ความผิดเล็กๆน้อยๆที่ตัวเองไม่ใส่ใจนั่นแหละ มันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง หลังจากทำร้ายคนอื่นรอบข้างมาแล้วตลอดทาง
คนบางคนชอบบ่นว่า สังคมมันเฮงซวย โดยไม่ได้มองย้อนกลับมาดูว่า เรามีส่วนสร้างความเฮงซวยเหล่านั้น ด้วยการไม่ใส่ใจความถูกต้องรึเปล่า เราละเลยที่จะสร้างคุณธรรมความดีรึเปล่า หรือเรายอมให้ความผิดทั้งหลาย มาครอบงำความคิดของเราในบางจังหวะรึเปล่า
ตั้งสติซะแต่วันนี้เถอะค่ะพี่น้อง ฝึกฝนตัวเองให้อยู่แต่ในศีลธรรมความดี และความถูกต้อง วันนึงเมื่อเราประสบความสำเร็จ จะไม่มีสิ่งใด หรือใครมากังขาได้ ว่าสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นนั้น ได้ทำร้ายใครรอบข้าง หรือทำให้สังคมเลวร้ายลง อย่าลืมว่า เราฝึกตัวเองยังไง เราก็ได้อย่างงั้น ฉันเชื่อว่าถ้าเป็นคนดี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ว่ายังไงเราก็ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ถึงใครจะมองไม่เห็นยังไง แต่ทุกคนจะได้รับผลกรรมที่ตัวเองเคยทำไว้อย่างแน่นอน
ปล. ขอบคุณทุกท่านสำหรับ comment ค่ะ แต่อย่ามัวแต่โมโหหลังจากอ่านเอนทรี่นี้นะคะ อย่าลืมว่า สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่การกล่าวร้ายผู้อื่น แต่เป็นการสำรวมระวังตัวเราเองให้ดีที่สุดค่ะ ^_^






