เมื่อวันวิสาขบูชา หลวงพี่เชอรี่ท่านมาคอมเม้นใน hi5 ว่า วันนี้เป็นวันพระใหญ่ อย่าลืมไปเวียนเทียนล่ะ ทำให้เอะใจขึ้นมา ว่า เฮือก! เวียนเทียน! ของแบบนี้ไม่ได้ทำมานานแค่ไหนกันนะ ถ้าเดินจงกลม ก็พอจะนึกออก ว่าเคยไปปฏิบัติธรรมที่วันอัมพวัน ตอนเด็กๆ (จำได้ว่า ตอนได้กินน้ำปานะ จะดีใจ ^^ เพราะเป็นน้ำหวานๆ) แต่นอกจากนั้น เราเป็นคนที่ปฏิบัติน้อยมาก นอกจากสวดมนต์ก่อนนอนกะตอนเช้า แล้วก็นั่งสมาธินานๆทีแล้ว ก็ไม่ค่อยได้ไปวัดไปวา ทำอะไรกะคนอื่นเค้าในวันสำคัญๆเลย วันเกิดก็ไม่ได้ทำบุญตักบาตรอะไรทั้งสิ้น (แหงล่ะ ตี 2 ยังนั่งอัพบล๊อก จะตื่นทันใส่บาตรได้งัย ="= ) ทำเฉพาะเวลาอยากทำ แต่หลังจากพักหลังๆ มีโอกาสช่วยงานหลวงพี่ท่านบ่อยขึ้น สงสัยคนบาปอย่างเรา จะพลอยได้อานิสงค์ เลยนึกอยากจะทำบุญขึ้นมา
ครั้นแล้ว ก็นัดกับเก๋เพื่อนรักในวันวิสาข ว่าจะไปแถวเซ็นทรัลเวิร์ลด์ ไหนๆก็มีวัดปทุมฯแถวนั้น ชอปปิ้งก่อน แล้วกะจะชวนเก๋มันเวียนเทียนต่อ ได้ประหยัดน้ำมัน เข้าเมืองรอบเดียว โฮะๆๆๆๆ ครั้นแล้วก็ มารผจญ ฝนตกไม่ขาดสาย ตั้งกะจตุจักร ยัน Central World ทำให้เราเปียกมะล่อกมะแล่ก รองเท้ากัด เท้าระบมไปหมด เห็นเก๋มันดูเหนื่อยมาก เราเลยไม่กล้าชวน การเวียนเทียนวันนั้น เป็นอันล่ม เราได้แต่มองคนอื่นๆ เวียนเทียน จากสะพานลอยเดินข้าม จากพารากอนไปเซ็นทรัลเวิร์ลด์ แล้วก็ได้แต่คิดว่า อืม เรานี่มันเป็นพวกไม่เอาจริงสินะ ถ้าอยากจะเวียนเทียนจริงๆ แค่เดินลงไปข้างล่างนั่น ก็คงได้เวียนแล้ว ตอนแยกกับเก๋ ขับรถจะกลับบ้าน เราก็แอบคิดว่า หรือหาที่จอดแล้วเดินลงไปเวียนให้รู้แล้วรู้รอดดีนะ แต่ในที่สุด ก็ไม่ได้ลงไป -0-
กลับมาบ้าน แอบนั่งเสียดาย ว่าเฮ้อ อุส่าตั้งใจ ทำไมไม่ทำให้สำเร็จนะ เฮงซวยจริงๆกรู พอโทรคุยกับเก๋อีกที มันก็บอกว่า อยากเวียนเทียนอยู่ละป่าว เพื่อนมันจะชวนไปเวียน วันอังคารหน้าวัดราชบพิตร ไปมะ เราก็รีบตกลงทันที ดีใจ จะได้เวียนเทียนล่ะ ในที่สุด ^^; ว่าแต่เวียนเทียนนี่ เค้าต้องมีโอกาสละป่าวนะ หรือคนเราอยากจะเวียน ก็ไปเวียนได้เฉยๆ ทั้งที่งงๆ ว่าตกลงมันวันอะไรกันแน่ แต่ก็เอาวะ ไปๆๆ อยากไป
พอถึงวันอังคาร จะไปวัดราชบพิตร กลัวไม่มีที่จอดเลยเรียกแท๊กซี่ คุณแท๊กซี่ก็แบบว่า ยังกะผีดิบง่ะ ถามว่ารู้จักทางไปวัดราชบพิตรมั๊ย ไม่ตอบ = = รู้จักเสาชิงช้ามั๊ย ไม่ตอบ แต่พึมพำๆอะไรกับตัวเองก็ไม่รู้ แอบหลอนนิดๆ แล้วพี่แกขับรถยังกะโกรธคนมาสิบปี แซงคันโน้น ปาดคันนี้ เบรคเอี๊ยดดดด แรงๆ เราแอบนั่งนึกในใจ กรูจาไปทำบุญญญญญ แสรดด จะรอดถึงได้ทำบุญมั๊ยเนี่ย แต่หลังจากมันขับรถ เหวี่ยงเขย่าเรากับเก๋จนพอใจ เราก็มาโผล่ที่เสาชิงช้า พอมีจังหวะ เลยบอกว่าจอดเลยพี่ เดี๋ยวไปต่อเอง
คงด้วยบังเอิญมั้ง ตรงที่เราลงจากแท๊กซี่ เป็นแถวๆหน้าวัดสุทัศน์พอดี เก๋ก็โทรเรียกเพื่อนอีกคนให้มารับ ระหว่างรอมันมารับ เราก็เลยเข้าำไปในวัดสุทัศน์กัน เห็นคนเยอะแยะไปหมด เลยถามคุณพี่ในวัด ว่ามันวันอะไรกันเหรอคะพี่ ทำไมคนเยอะจัง คุณพี่แกบอก วันนี้เป็นวันอัฐมีบูชา ที่วัดหลายวัด มีงานจนถึงเช้าเลย *0* ว่าแต่ อัฐมีบูชานี่ มันวันอะไรกัน
เงี่ยหูฟังจากพระที่กำลังเทศน์ผ่านลำโพงที่ติดอยู่รอบๆวัดสุทัศน์ ก็ได้ความว่า วันอัฐมีบูชา คือวันที่ถวายพระเพลิง พระพุทธสรีระ ของพระพุทธเจ้า เรียกภาษาชาวบ้านว่า วันเผาท่านนั่นล่ะ เป็นวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ฟังต่อไป ได้ความว่า เพลิงไม่ใช่อยู่ดีๆใครไปจุดไฟถวายพระเพลิงศพท่าน ตอนที่จะถวายพระเพลิง จุดไฟยังงัย ก็จุดไม่ติด จนเมื่อพระมหากัสสปะ และพระสงฆ์บริวารทั้งหลาย ได้มาถวายบังคมพระศพแล้ว เพลิงจึงลุกติดขึ้น หลังจากนั้นก็มีเรื่องของกษัตริย์ทั้งหลาย จะแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุกัน ฯลฯ อ่านรายละเีอียดต่อได้ที่นี่จ้ะ
ไหนๆเราก็อยู่ในวัดแล้ว เวียนเทียนซะเลยที่นี่ก็ละกัน เอาล่ะ เราก็เดินตรงไปที่หน้าซุ้ม ที่เค้ามีดอกไม้ธูปเทียนวางๆ แต่คนห่างวัดอย่างเราและเก๋ ก็งงๆ จุดธูปจุดเีทียนเสร็จแล้ว ก็เอาดอกไม้ถวาย แล้วก็ปักธูปเทียนเสร็จเรียบร้อย หันรีหันขวาง งงๆ เลยหันไปถามคุณพี่ข้างหลังว่า พี่คะ หนูจะเวียนเทียน เค้าต้องทำไง พี่บอก แล้วดอกไม้ธููปเทียนหนูไปไหนแล้วล่ะ อ๊ะ! เวียนเทียน เค้าต้องถือ ดอกไม้ธูปเทียนด้วยนี่เอง! พี่เลยบอก ไม่เป็นไรน้อง รอบแรกระลึกถึงพระพุทธ รอบสองพระธรรม รอบสามพระสงฆ์ เป็นอันใช้ได้ วนขวานะน้อง (ขอบคุณมากค่ะพี่) เราก็ค่ะๆ ^^; เอาล่ะ! ลองดู
ถึงเวลาจะเดิน เราก็นึกในใจ ทำไงดีว๊าาาา เอาล่ะ ใช้วิชาเดินจงกลมที่เคยหัดมาให้เป็นประโยชน์ พยายามทำใจให้ว่างๆ กำหนดลมหายใจ แล้วก็พยายามกำหนดจิตรับรู้ เช่นว่า เห็นหนอฯ ได้ยินหนอฯ ไปตลอดทาง จนครบ 3 รอบ ใจมันว่างดีแท้ นอกจากเสียงเทศน์แล้ว ก็แทบจะเงียบสงัดมากๆเลย พอครบ 3 รอบ เราก็เลยค่อยๆแอบย่องๆ เข้าไปในโบสถ์
แอบๆมาที่บันไดโบสถ์ แหะๆ
ในที่สุดก็มาถึงหน้าประตู *-* คนเยอะเหมือนกันแหะ เราก็เลยถือโอกาส นั่งฟังหลวงพ่อท่านเทศน์ จนจบ ร่วมกรวดน้ำ แล้วก็เพื่อนที่ว่าจะมารับ ก็มาถึงเวลาเป๊ะเลย อะไรจะแม่นขนาดนั้น เพื่อนมันยังไม่ได้เวียนเทียน เลยว่า เอาล่ะ ไหนๆตอนแรกจะไปวัดราชบพิตร ก็ไปซะหน่อยละกัน *-*
พอไปถึงวัดราชบพิตร เห็นคนเดินเวียนเทียนกันใหญ่ พอเราเดินๆไปตรงซุ้ม ก็มีพี่คนนึง แกยื่นโคมที่จุดเทียนแล้ว กับอุปกรณ์เวียนเทียนให้ *-* เราก็เลยรับมา เอาล่ะ เวียนอีกรอบเลยละกัน *0* แต่รอบนี้ ไหนๆก็มีโอกาสเตรียมตัวละ เลยโทรศัพท์ไปหาหลวงพี่เชอรี่ ขอคำแนะนำ วิธีเวียนเทียนที่ถูกต้อง ท่านเลยทักบอกว่า โอ๊ะ! รู้ด้วยเหรอ ว่าวันนี้วันอัฐมีบูชา คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้นะเนี่ย ^^; แล้วหลวงพี่ก็สอนวิธีเวียนเทียนมาค่ะ ท่านว่า (ถ้าเราจับใจความไม่ผิดนะ) รอบแรกให้ระลึกถึงพระพุทธ รอบที่ 2 ให้ระลึกถึงพระธรรม รอบที่ 3 ก็ระลึกถึงพระสงฆ์ แล้วก็ถ้าจำได้ ก็สวด อิติปิโสฯ ไปพร้อมกับตอนเดิน ฟังเสร็จ เลยรีบลาท่าน บอกว่า เทียนจะดับแล้วค่ะหลวงพี่ ^^; ขอเดินก่อน พอวางหูจากหลวงพี่เสร็จ แฟนสุดที่รักเราก็โทรมา พอเราบอกว่าอยู่วัด มานก็ทำเสียงงงๆ เราก็พยายามอธิบาย ที่มาที่ไป ขั้นตอนการเวียนเทียนอย่างย่อ เป็นภาษาอังกฤษ มานก็งงๆ ถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมอยู่ๆไปวัด มันเป็นห่วง = = แต่สรุปแล้วก็บอกว่า if you're happy then I'm happy for you ถือซะว่า เป็นการบอกอนุโมทนาก็แล้วกันนะ ^^; ในที่สุด ก่อนเทียนดับ ก็ได้เดินสมใจ
รอบๆโบสถ์วันนั้นตอนเดิน บรรยากาศยิ่งสงัดมากกว่าวัดสุทัศน์อีก เพราะตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว เราก็แทบจะเดินอยู่คนเดียวเลยด้วยล่ะ เงียบมากก สงบมากกก เราก็เดินกำหนดจิตของเรามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงหลังโบสถ์ เราก็เห็นเงาดำๆ โผล่พรวดออกมา! มันคือเจ้าหมาบางแก้วตัวอวบอูมตัวนึง ที่ท่าทางจะเป็นหมาวัด แมวอย่างเรา ก็แอบคิดในใจ อืมมมมมม เห็นหนอฯ ^^; สงบเข้าไว้ๆ แล้วก็ทำใจดีๆ เดินผ่านมัน หวังว่ามันเป็นหมาวัด คงเข้าใจแหละ ว่าเราไม่ได้มาทำอะไรมิดีมิร้ายหลังโบสถ์ ทางก็แค๊บแคบ เราเดินเฉียดน้องหมาไปนิดเดียวเอง แต่เหมือนมันก็จะชิน ไม่ได้ว่าอะไร ไม่รู้ว่า มันจะร่วมอนุโมทนากับเรามั๊ยนะ ^^;
เสร็จสรรพ 3 รอบ เราก็จะเอาเทียนไปปัก ก็มีพี่ผู้ชายคนนึง มาขอต่อเทียนจากเรา มันก็ทำให้เราฉุกคิด ถึงบันทึกของหลวงพี่ได้ว่า บุญกุศลนี่ มันเหมือนการต่อเทียนกันสินะ เวลาที่เราทำบุญแล้ว พอมีคนร่วมโมทนาบุญกับเรา มันก็เหมือนกับว่าเค้า ได้ต่อบุญต่อกุศลไปกับเราด้วย เหมือนเทียนกับเปลวไฟ ยิ่งต่อกันไป ก็ยิ่งสว่าง เทียนของเราก็ยังสว่างอยู่ ของเค้าก็สว่าง คิดแล้วก็สงบดีจังนะ ถ้าเราทำบุญกันมากๆก็คงจะดี ^^
เสร็จแล้ว ก็เข้ามานั่งฟังเทศน์ต่อในโบสถ์เบิ้ลอีกวัด อิอิ วัดราชบพิตรนี่ หรูหรามากทีเดียว ดูจาก interior ต่างๆแล้ว ดูอลังไปคนละแบบกับวัดสุทัศน์ คนก็เยอะเช่นเคย แต่วันนี้เราเข้ามาในโบสถ์ แล้วก็ได้ที่ดีหน่อย
นั่งฟังท่านเทศน์ไป ก็แอบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ก็แอบเกรงใจญาติโยมรอบๆเหมือนกัน ^^; แต่ก็เอาเตอะ ถือซะว่า เอามาบันทึกวันประทับใจไว้อีกวันนึง
กว่าจะกลับถึงบ้านวันนั้น ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนเลยทีเดียว พวงมาลัยที่ซื้อมาตอนรถติด ตอนแรกกลับมา กะว่าจะเอาไปบูชาพระ แต่คิดอีกที เราก็เลยเอาพวกมาลัยใส่ตู้เย็นไว้ แล้วก็เขียนแปะไว้หน้าตู้เย็นว่า "ไปเวียนเทียนวันอัฐมีบูชามาค่ะ เผื่อจะร่วมอนุโมทนากัน ซื้อพวงมาลัยมาเผื่อคุณยายถวายพระ อยู่ในตู้เย็นนะคะ"
ว่าแล้ว ก็ไปฆ่ามอนในเกมต่อ โฮะๆๆๆๆๆ