118: คนเรานี่ก็แปลกนะ

posted on 23 May 2009 20:33 by rinnathecat  in Thought

ตอนที่ฉันกำลังเลือกที่จะไปเรียนต่อ ฉันก็หาข้อมูลจากคนโน้นคนนี้ ก็มีคนบางพวกเชียร์อเมริกา บางพวกเชียร์ยุโรป มันก็เป็นปกติละนะ แต่พอฉันเลือกคอร์ส เลือกอาจารย์ course director ได้แล้ว ตกลงจะไปยุโรป พวกที่เชียร์อเมริกา จะต้องมากระแนะกระแหน ว่า... โง่ว่ะ

 

เอ๊ะ!

 

ตอนกำลังจะเตรียมตัวไป ฉันก็ไปเดินหาซื้อหม้อหุงข้าวกับแฟนเก่า (เน้นว่า เก่า เพราะแฟนปัจจุบันน่ารักมาก ใจกว้างมาก และใจเย็นมาก) และคุณพ่อของแฟนเก่า ซึ่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าในหน่วยงานหรูหราไฮโซแห่งหนึ่ง.. เลือกไปเลือกมา คุณพ่อแฟนเก่าก็ปราดเข้ามาบอกว่า ให้ซื้ออันแบบที่เป็นปุ่มแก๊กๆแบบโบราณ ดีกว่าอันที่เป็นปุ่มระบบสัมผัส เพราะปุ่มแบบแก๊กๆเนี่ยแหละ ถูกหลักทางวิศวกรรม เสียยากกว่า แต่พอฉันตัดสินใจซื้ออันที่เป็นปุ่มระบบสัมผัส... ฉันก็แอบโดนกระแนะกระแหนเล็กๆว่า เดี๋ยวก็พัง

 

เอ๊ะ!

 

ตอนที่ฉันมีเหตุ ต้องย้ายจากแฟลตเก่าที่อังกฤษ ไปหาเช่าที่ใหม่ ฉันก็ปรึกษากับคุณแฟนเก่าของฉันทางโทรศัพท์ ให้ช่วยกันเลือก ว่าเอาที่ไหนดี (ปล. แฟนเก่าฉันไม่ได้ไปเรียนด้วยนะคะ) คุณแฟนเก่าบอกให้ไปบ้านหลังที่พี่สาวเค้าเคยเช่าเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งฉันก็ไปดูมาพร้อมกับดูหลังอื่นมาด้วย ไปดูมา 8 หลัง ในที่สุดก็ตัดสินใจเช่าอีกที่นึง คุณแฟนเก่าก็จะแบบ... ทำไมไม่ฟังกันบ้าง ไม่ฟังแล้วมาถามทำไม

 

เอ๊ะ!

 

พอดีตอนไปเรียนต่อ ฉันเองก็ไม่ได้บอกคนที่ฉันถามซะด้วยสิ ว่าฉันไปสัมภาษณ์มาหมดแล้ว ทั้ง NY และ LA จน SVA รับฉันแล้ว.. แต่พอดีไปถึงที่นั่น คุยกับคุณอาจารย์ที่จะสอนแล้วแบบ... มันไม่คลิ๊ก แต่พอไปคุยกับคุณอาจารย์ที่ LCP มันคลิ๊กกว่า ฉันก็เลยเลือกไปอังกฤษ

 

ตอนที่ฉันเลือกซื้อหม้อหุงข้าว... พอดีฉันเลือกแบบระบบปุ่มสัมผัสเพราะว่าข้างในมันเป็นหม้อเทฟลอน ล้างง่ายกว่า พอดีฉันให้น้ำหนักเรื่องนี้มากกว่าเรื่องปุ่มน่ะค่ะคุณพ่อ..(ปล. 6 ปีผ่านไป... ปุ่มมันก็ยังดีอยู่นะ)

 

ตอนที่ฉันเลือกแฟลตใหม่ พอดีได้ List ของ UCL ทำให้ฉันได้ที่ใหม่ ใกล้โรงเรียน ไม่ต้องนั่ง tube อีกต่อไป เดิน 15 นาทีถึงโรงเรียน 15 นาทีถึง Covent Garden ราคาโอเค แลนด์ลอร์ดได้รับการรับรองจากโรงเรียน... ก็เลยเลือกที่นี่... 

 

บางทีอะนะ ฉันคิดว่า คนเราพูดคุยกับคนอื่น เพื่อหาข้อมูลทั่วๆไป เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน ใครมีประสบการณ์ยังไง ใครเคยทำอะไรมาบ้าง เพราะฉันเข้าใจดีกว่า คนเรา ไม่ได้เก่งทุกเรื่องไปซะทุกอย่าง แต่ คนเรานี่ก็แปลกจริงๆ ถ้าถามข้อมูลแล้ว ฉันรับมาประมวลผล แล้วผลออกมาเป็นอีกอย่าง ต่างจากที่เค้าให้คำแนะนำ ฉันก็มักจะได้รับสิ่งที่เรียกว่า "คำกระแนะกระแหน" ตามกลับมาด้วยเสมอ

 

ฉันคิดว่า สิ่งนี้เป็นนิสัยประจำ ที่แอบแฝงหยั่งรากลึกอยู่ในหลายๆคนโดยไม่รู้ตัว หลายๆชอบบ่นว่า.. "เด็กทำไมไม่ทำตามผู้ใหญ่" หรือ "ทำไมไม่ทำตามที่ -- ผู้รู้ -- แนะนำ" หรือ "ถ้าไม่ทำตามแล้วมาถามทำไม" ก็แหม... บังเอิญฉันนำข้อมูลของท่านทั้งหลายมาประมวลแล้ว บังเอิญสถานการณ์เฉพาะหน้านั้นมันอยู่ต่อหน้าฉัน บังเอิญฉันไม่ได้อธิบายกระบวนความคิดทุกขั้นทุกตอนให้ทุกๆคนฟัง และบังเอิญฉันก็ไม่ได้ใช้ชีวิตตามที่คนอื่นบอกฉันไปซะทุกเรื่อง

 

พูดกันตรงๆ ฉันรู้สึกไม่ดี ที่ได้รับคำกระแนะกระแหนจากบางคนที่ฉันเคยรู้จักในชีวิต เพียงเพราะว่าในที่สุดแล้ว ฉันก็พิจารณาตัดสินใจสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง บางทีมันก็เสียความรู้สึกน่ะค่ะ ที่ฉันถามดีๆ ถามด้วยความอยากรู้ข้อมูล เพื่อที่ฉันจะได้มาชั่งน้ำหนัก แต่ก็ต้องมาเจอคำกระแนะกระแหนเหล่านี้

 

ฉันคิดว่า คนเราไม่ได้เก่งไปหมดซะทุกเรื่องในโลกนี้ และคนเราก็ไม่ได้รู้ทุกอย่าง การถาม เพื่อให้ได้คำตอบ มันไม่จำเป็นว่า ต้องทำตามไปซะทุกครั้ง  โดยเฉพาะเรื่องบางอย่างที่มีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่คนที่ถูกถาม อาจจะ "ไม่รู้" ขึ้นมาบ้างก็ได้ การตัดสินใจ ก็มีถูกมีผิด การเรียนรู้ก็มีกระบวนการ Trial and Error ลองผิดลองถูก ถ้าใจกว้างกันซักนิด บางทีเราก็จะได้รับข้อมูลใหม่ๆ จากฝั่งที่เราไม่เคยสัมผัสก็ได้

 

โดยส่วนตัว ฉันคิดว่ามันอยู่ที่อีโก้นะคะ ความรู้สึกว่า "กูเจ๋งกว่า" ของคนที่พูด แต่มันมักจะมาแบบแอบแฝง นิ่มๆ น่ารักๆจนเราไม่รู้ตัว ถ้าสามารถรู้ทันมันได้ ก็จะทำให้เป็นคนน่ารักขึ้นอีกมากทีเดียว ถ้ารู้ไม่ทัน มันก็ทำให้เราปิดกั้นตัวเองเอาไว้อย่างน่าเสียดาย

Tags: drupal, joomla
ผู้ใหญ่อาจมีความเชื่อที่ว่า"อาบน้ำร้อนมาก่อน"ก็ได้นะคะ
แต่สำหรับเราแล้วก็ชอบที่จะลองผิดลองถูก บ่อยครั้งจะทะเลาะกับแม่เพียงเพราะหัวดื้อไม่ทำตามที่แม่พูด และแม่ก็จะดูถูกเราบ้างบางครั้ง(แต่หนูรักแม่นะ )
แต่มันคือแรงผลักดันให้เรายิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีกsurprised smile
อือ...การที่เรารู้ หรือเลือกสิ่งๆนึง ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะต้องเลือกเหมือนกันด้วยนิหน่า

ทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง
อาจจะให้คำแนะนำจากเหตุผลของเราได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะเอาตัวเองไปคิดและตัดสินแทนคนอื่นได้

แต่บางอย่างมันก็คงห้ามกันยากล่ะนะ sad smile

#2 By +panpandog+ on 2009-05-24 00:04

ต้องอย่าสนใจคำกระแนะกระแหนครับ

ชีวิตจะมีสุขขึ้นเยอะเลย
ผมว่ามันเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของคนไทยนะครับ
^_^

#3 By Elta_kung on 2009-05-24 00:06

ถ้าเจอแบบนี้มักจะใช้โหมดหูทวนลมconfused smile

#4 By wesong on 2009-05-24 00:19

มันแย่ตรงบางทีก็เป็นคนที่เราจะถามเรื่องอื่นต่อเนี่ยอะค่ะ ^^;

#5 By Rinna ♥ on 2009-05-24 00:21

เราว่ามันเป็นธรรมดาของโลกนี้ไปแล้วอะ....sad smile
บางทีเราก็เคยนึกว่าทำไมต้องมา... กรู ด้วย
คนเราทำอะไรใช่มันจะออกมาในรูปแบบเดียวกันหมดซักกะหน่อย ส่วนตัวเราเป็นคนชอบลองผิดลองถูกเองหงะ
พี่รินนาก้อย่าคิดมากเน้อออ ของงี้ขึ้นอยุ่กับมารยาทในการพูดด้วย ถ้าไอ้คนนั้นมันมีน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งชอบพูดงี้มากขึ้นเท่านั้น (บางครั้งฟังแล้วอยากจะตื๊บมาก พูดซ้ำอยู่ได้ )

คนแบบนี้ต้องปลงๆไปค่ะ เชื่อตัวเองดีที่สุดนะ

#6 By ☆ TIMO ☆ on 2009-05-24 00:33

เอ๊ะ! ... บ่อยจังsad smile
เหอๆ sad smile

#7 By O ช้างต้น on 2009-05-24 01:05

เข้าใจและเคยเป็นมันทั้งสองแบบคะ

แต่ว่าเวลาโดนถาม โดนขอคำแนะนำไปแล้ว คนที่ถามทำไปคนละโยชน์กับคำแนะนำที่ให้มัน ก็เสียความรู้สึกนิดๆว่า แล้วมาถามทำไมหว่า เหมือนกันนะ

เผอิญว่าเขาไม่ได้มานั่งอธิบายเหตุผลว่าเพราะอะไรเท่านั้น

เรื่องแบบนี้มันต้องทำใจให้กว้างๆเนอะ

#8 By tapum on 2009-05-24 01:45

คล้ายๆความเป็นอาร์ตสินะsad smile

#9 By ลิงหกกะล้ม on 2009-05-24 02:43

เรื่องทึ่ทวีตเมื่อคืนแน่เลย แต่หลวงพี่แค่ส่งข้อมูล และเชียร์ข้างหนึ่งอย่างออกหน้าออกตา คงไม่เข้าข่ายกระแนะกระแหนใช่ไหมครับ

#10 By mahaoath on 2009-05-24 05:14

เอ๊ะ ! double wink

จริงเลยแฮะ

#11 By nora on 2009-05-24 05:21

ไม่คิดอย่างนั้นนะครับ เท่าที่สังเกต คำกระแนะกระแหน มักจะมาจากคนที่เค้าห่วงใยเราในระดับหนึ่ง เค้าถึงใส่ความเห็นลงไป และรู้สึกผิดหวัง เมื่อเราไม่ทำตาม หรือ สนใจคำแนะนำของเค้า

แต่ถ้าถามคนที่แค่รู้จักกันธรรมดา ๆ เราจะรู้สึกว่าเค้าตอบดีจัง แม้เค้าอาจจะให้ความเห็นแค่เล็กน้อย แต่เราก็รู้สึกว่าเค้าใจดีมากแล้ว และเค้าก็มีความเห็นเท่านั้น แต่ไม่ว่าอะไรต่อ เพราะไม่สนิทกัน เลยไม่กล้าเอ่ยความเห็นมากกว่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม คนที่รู้จักรักษาน้ำใจมาก ๆ จะเก็บไว้ในใจ ไม่พูดออกมา แต่บา่งคนที่พูดออกมา ก็เพราะเห็นว่า สนิทกัน เรื่องกระแนะกระแหนนิดหน่อย คงไม่เป็นไร แต่ได้แสดงออกแล้วว่า เราเป็นห่วงนะ แต่ขอบ่นหน่อยเถอะ

#12 By เจ้าชายน้อย on 2009-05-24 07:10

ย๊ากซ์.... วลีในตำนาน "ไม่เชื่อแล้วมาถามทำไม"
ตะก่อนก็เคยบ่นถึงคนพวกนี้เหมือนกัน ช่างเป็นคนที่อีโก้จัดแต้ ๆ ความคิดเขาต้องถูกเสมอ งั้นหรือ? ยังมีตัวเลือกอื่นอีกตั้งมากมายให้เลือกทำ

แต่แล้ววันหนึ่งก็เจอเข้ากับตัวเอง

มีสตรีนางหนึ่ง เขาเอารถเข้าศูนย์เป็นประจำ ไม่เค้ยไม่เคย ใช้บริการอู่นอก (หมายถึงอู่ที่ไม่ได้รับการรับรองจากบริษัทแม่) และยี่ห้อรถที่เขาใช้อยู่ใครก็รู้ว่า ทั้งค่าอะไหล่ ค่าแรง แพงเทียบเท่าค่ายดาวสามแฉก

อยู่มาวันหนึ่ง โช้คอัพคู่หลังเธอเสีย ครับ ศูนย์บริการชาร์จราคาโช้คตัวใหม่มามหาโหด แถมด้วยตัวเลือก ให้นำโช้คตัวเก่าไปซ่อมในราคาที่ย่อมเยากว่า

อู๊ยยยยย์.... อันข้าพเจ้านี้ ได้เคยลองอาบน้ำร้อนมาก่อนแล้วว่า การซ่อมโช้คนั้น ไม่เวิร์คอย่างแรง แม้กระทั่งยี่ห้อที่โฆษณาเสียโจ่งครึ่มว่า "ฉลาด" ปรับแต่ง ใช้ต่ออีกไม่นานก็พัง

คุณเธอก็มาปรึกษา ครับว่า จะเอาอย่างไรดี ข้าพเจ้าก็หัวเด็ดตีนขาดแนะนำเธอไปว่า ซ่อมโช้คหน่ะไม่เวิร์คหรอก เสียตังค์ฟรี ไม่นานก็เจ๊ง เปลี่ยนโช้คกับศูนย์ก็ไม่เวิร์คเหมือนกัน เพราะราคาที่ศูนย์บริการโค้ดมา สามารถซื้อโช้คอัพดีที่สุดในโลกยี่ห้อหนึ่ง "โคนี่" จากอิตาลีได้ เธอจงไปที่ร้านยางใหญ่ ๆ ที่ไว้ใจได้ ไปเปลี่ยนเป็นยี่ห้อ ค้ายาบ้า คุณภาพก็เทียบเท่าของเดิม แถมสบายกระเป๋า ถูกลงไปกว่าครึ่ง (ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของสมณะเล้ย อาศัยที่พอมีประสบการณ์)

แต่แล้วเธอก็ไม่เชื่อ ครับ เอาโช้คไปซ่อม

อะ... ข้าพเจ้าก็ถือว่า ทุกคนมีทางเลือกของตัวเอง ไม่ว่ากัน

สองเดือนให้หลัง โช้คที่ซ่อมมาแข็งโป๊กเป็นหิน มีเหมือนไม่มี เสร็จแล้วเธอก็กลับมาถามอีก ครับว่า "จะทำยังไงดี"

พลันเลือดก็สูบฉีดขึ้นสมองอย่างรวดเร็ว จนสติตามไม่ทัน พร้อมคำสบถในใจว่า "ไม่เชื่อแล้วมาถามทำไม" จากนั้นก็เงียบไปไม่มีคำตอบจากสรวงสวรรค์ หันไปชวนคุยเรื่องอื่น

และแล้วบุคคลที่ข้าพเจ้าบ่นถึงในอดีต ก็มาถึงข้าพเจ้าแล้วในปัจจุบัน

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

Hot!

#13 By Dhammasarokikku on 2009-05-24 10:56

รู้สึกว่าทวีตจะล่ม เรื่องที่ถามมาเกี่ยวกับหนังสือพุทธประวัตินั้น ตอบไปในทวีต แต่เอามาบอกในนี้ด้วยดีกว่า เผื่อไว้ครับ อัพเป็นเอนทรี่ไว้ที่เว็บเพียวเสด http://puresed.com/content/หนังสือพุทธประวัติ-review ครับ
ลองมองในแง่ดีว่า อย่างน้อยเขาก็กล้าว่าเราตรงๆ
ไม่ใช่ทำเฟค อันนี้ก็ดี อันนู้นก็ดี อะไรๆก็ดี
แล้วแอบสมน้ำหน้าเราลับหลัง
ไม่มีใครกล้าเตือนเรา มันก็ไม่ดีเนอะ
เพียงแต่รูปแบบการเตือนของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป

แม่เคยบอกว่าผู้ใหญ่ว่าแปลว่าผู้ใหญ่รัก
ถ้าไม่ว่าแปลว่าเขาไม่สนใจ
open-mounthed smile

#15 By ลูกเป็ด on 2009-05-24 12:36

#12 ห่วงใยแล้วกระแนะกระแหนนี่.. พอดีฉันไม่คุ้นอะค่ะ

#16 By Rinna ♥ on 2009-05-24 12:48

#14 คือข้าพเจ้าเอง ล้อกอินผิดยูสเซอร์ surprised smile

#17 By mahaoath on 2009-05-24 22:18

อ่านมาจนจบ จนงงแท็ก confused smile หรือไม่งง

ว่าแต่ทำไมคนมาเรียนอังกฤษต้องซื้อหม้อหุงข้าวหมดเลยแฮะ ทำไมไม่มาเรียนอเมริกา ฮุฮุ มีหม้อหุงข้าวขาย cry

#18 By manop on 2009-05-24 23:02

อ่านแล้วเข้าใจsad smile

#19 By Chocolate Emotion on 2009-05-25 18:22

"อีโก้" เป็นบาปที่ซาตานโปรดปราน

#20 By Eddy on 2009-05-25 20:22

ช่วงนี้น้องมิค่อยได้ออนคุย มิได้หายไปไหน เพียงแต่ตอนกลางคืนคุณแควนแย่งคอมเล่น

#21 By Eddy on 2009-05-25 20:23

Hot! จริงครับพี่เจา
อย่าไปเกร็งครับๆ

#23 By -o- Jotakun -o- on 2009-06-02 18:37

ฉันไม่เข้าใจคนพวกนี้เหมือนกันค่ะ

ฉันเคยบอกกับผู้ใหญ่แบบนี้ว่า

หนูทราบว่าพี่ผ่านมาก่อนผิดมาก่อน ตอนนี้ หนูอยากจะลองผิดเองบ้าง ไม่เปนไรใช่ไหมค่ะ

#24 By Glinda The Good on 2009-06-02 18:44