109: ไอน์สไตน์ แวร์ อาร์ ยู?
posted on 21 Apr 2009 03:10 by rinnathecat in Thought
แมวสองหัว
อารัมภบทก่อนเข้าเอนทรี่
เมื่อวานนี้ออกเดินทางร่วมกับบุคคลลึกลับสองคน ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งแถวถนนอิสรภาพ ไปพบพระภิกษุลึกลับรูปหนึ่งตอนบ่ายอันร้อนฉ่า นั่งสนทนาธรรมกับท่านและบุคคลลึกลับจนฟ้ามืดคาตา ท่านว่า...
เวลารู้ว่ามีกิเลส ก็ให้พุ่งชนกิเลสเลยโยม ถ้าจิตใจมั่นคงพอ เราก็จะชนะกิเลส
ขอแก้นิดหนึ่งนะ มิใช่ว่า ชนะกิเลสหรอก กิเลสไม่มีใครเอาชนะมันได้ เพราะมันคือเจ้าโลกที่แท้จริง แต่เจริญสติบ่อย ๆ จนจิตจำสภาวะได้แม่นยำ รู้ทันกิเลสนั่นแล กิเลสจักดับไปเอง -- ขอบคุณหลวงพี่รี่ที่มาแก้ไข้ให้ค่ะ สาธุสาธุ
หลังจากนั้นก็ไปกินเค้กที่ร้านลึกลับแห่งหนึ่ง จิบชา สวาปามคลับแซนด์วิช ตามด้วยคั่วไก่ทาโร่ ต่อด้วยทับทิมกรอบ แล้วกลับมานั่งซดเปอริเย่ พร้อมกับคุ้ยหาบทอาราธนาพระกรรมฐานที่คัดลอกจากวัดท่าซุง แล้วอยู่ๆก็คิดถึงคำที่พระภิกษุลึกลับเล่าให้ฟังวันนี้.. ว่าแม้แต่พระสายพระป่าทั้งหลาย หลวงพ่อท่านก็แนะนำให้เข้ากทม.ซักปีละ 3 เดือน เพื่อมาชนกับกิเลสต่างๆ แล้วก็กลับไปตั้งหลักที่วัดป่าใหม่ พอตั้งหลักได้ ก็กลับมาชนมันใหม่ ชนไปชนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งกิเลสต่างๆมันค่อยๆพ่ายไปเอง
ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ฉันผู้ซึ่งออกไปปลีกวิเวกที่ภายนอก ก็ควรกลับเข้ามาเกลือกกลั้วกับโลภะ โทสะ โมหะ ในที่ๆแสนจะวุ่นวายบ้าง ไม่ชอบก็รู้ว่าไม่ชอบ ไม่ชังก็รู้ว่าไม่ชัง มีโทสะก็รู้ว่ามีโทสะ เป็นการฝึกฝนขัดเกลาตัวเองไปด้วยในตัว ฟังคำท่านแล้วฉันก็แบบ... เฮ้อ... ถ้าไม่ใช่ท่านพูด ฉันก็คงจะลงหลักปักฐานในถ้ำไปเรื่อยๆอย่างสงบ.. ไม่ย้อนกลับมาที่นี่... แต่มันก็จริงของท่าน.. ดังนั้นตอนนี้ ฉันก็เลยกลายเป็นแมวสองหัว ไปๆมาๆระหว่างวุ่นวายและวิเวก
ขอขอบพระคุณพระภิกษุลึกลับ ที่ช่วยชี้แนวทางการปฏิบัติขั้นแอดวานซ์ให้ฉัน
ขอบคุณเดอะคอมมีเดี้ยนและดร.แมนฮัตตัน ที่ทำให้ฉันบาลานซ์มากขึ้น และมีวันที่แฮบปี้
ขอบคุณโรแชคที่แอบลุ้นอยู่ห่างๆอย่างไม่แสดงตัว
ฉันคงไม่ได้รับปากจะลงหลักปักฐาน แต่คงไปๆมาๆ ตามสมควรแก่เหตุ
========================
โอเคเข้าเรื่อง
สืบเนื่องมาจากคำสนทนาเมื่อวาน... ฉันก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า คนที่ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพอย่างลุงอัล (เบิร์ต) ไอน์สไตน์ Where are you??
ทำไมฉันจึงตามหาลุง? -- เพราะฉันคิดว่า ทฤษฎีของลุงที่ค้นพบขึ้นมานั้น สร้างทั้งประโยชน์และโทษมหันต์ให้กับโลกและคนรุ่นหลัง และฉันเชื่อว่าระหว่างคิด เจตนาของลุงก็คงจะมุ่งไปเพียงว่า สนใจการจะได้มาซึ่งพลังงาน โดยมิได้หวังว่า วันนึงมันจะเป็นต้นคิดทฤษฎีให้อเมริกาเอามาบอมบ์ฮิโรชิม่าและนางาซากิ หรือแม้แต่ให้ประเทศต่างๆสะสมกำลังอาวุธเพื่อข่มขู่กัน ภายหลังจากที่ลุงม่องไปแล้ว
ในศาสนาพุทธท่านว่า "เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ" เจตนานั้นคือกรรม
แต่เมื่อพิจารณาจากคำของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
ไม่ขอยืนยันว่า คำตอบต่อไปนี้ เป็นคำตอบสุดท้ายนะ ลองเอาไปพิจารณาเอง
สิ่งที่อธิบายไป มาจากความเข้าใจส่วนตัว หลังจากอ่านคิริมานนทสูตร
ในพระสูตรนั้น บุญ บาป เป็นเรื่องทางใจ ล้วน ๆ
ข้าพเจ้าขอแยกออกมาอีกส่วน คือ กุศลกรรม กับ อกุศลกรรม ซึ่งคือ การกระทำที่เป็นรูปธรรม ทางกาย วาจา
ตกลงตอนนี้มี ๒ ส่วนนะ บุญกับบาป เป็นเรื่องทางใจ
กุศลกรรม กับอกุศลกรรม เป็นเรื่องทางกาย กับวาจา พอเข้าใจมะ
โดยทั่วไป สองส่วนนี้ มักจักไปด้วยกัน เขาเลยเหมารวมเป็นบุญ เป็นบาปอย่างเดียว
ขอยกเคสให้เห็นชัด ๆ เพชฌฆาต ฆ่านักโทษ ตามคำสั่งของพระราชา ผิดหรือถูก บาปหรือไม่บาป ตายแล้วไปสวรรค์หรือนรก
คำถามนี้ ไม่สามารถตอบแน่นอนตายตัวได้ว่า ผิดหรือถูก บาปหรือไม่บาป ตายแล้วไปไหน ต้องดูบริบทอื่นอีก
ซึ่งต้องย้อนถามกลับว่า เพชฌฆาต ฆ่าด้วยใจยินดี ที่ได้ฆ่าคนหรือเปล่า หรือทำด้วยหน้าที่ ตามคำสั่งของพระราชา มีความโกรธเกลียดนักโทษเจือปนลงไปในการฆ่าด้วยหรือเปล่า
เพชฌฆาตบางคน อาจพอใจที่ได้ฆ่าคน ชอบดูคนตาย ชอบเห็นเลือด ชอบดูคนดิ้นกระแด๋ว ๆ ชักดิ้นชักงอ ตายไปต่อหน้า เช่นนี้ มีองค์ของปาณาติบาตครบทุกประการ
จิตก็เป็นบาป เพราะพอใจการฆ่า กาย/วาจา ก็คือ ลงมือฆ่า เกิดอกุศลกรรม
เพชฌฆาตบางคน มิได้พอใจในการฆ่า ฆ่าเพราะจำเป็น ไม่มีอาชีพอื่นใดที่ทำได้ ทำไปตามหน้าที่ อย่างนี้ ก็ถือว่า จิตไม่เป็นบาป แต่ถามว่า อกุศลกรรมเกิดไหม? เกิด ครับ เพราะลงมือฆ่า และอย่างที่บอกไป อกุศลกรรมที่ไม่ประกอบด้วยเจตนา วิบากกรรมน้อยกว่ามาก ผลของปาณาติบาต คือ เป็นคนมีอายุสั้น หรือเจ็บป่วย ซึ่งในกรณีหลัง ก็จักเจ็บป่วยเล็กน้อย กว่ากรณีแรก
เรื่องทำหมันหมา เราทำด้วยเจตนาดี จิตไม่เป็นบาป ครับ แต่อกุศลกรรมเกิด เมื่อมีกรรม หรือการกระทำ ผล คือ วิบากก็ตามมา ทำให้ไปเกิดเป็นสัตว์แล้วถูกตอน หรือเกิดเป็นกะเทย ซึ่งก็ยังมีบริบทอีกมาก ครับ ใช่ว่า พอไปทำหมันหมาปุ๊บ ชาติหน้าไปเกิดเป็นหมา แล้วถูกตอนปั๊บ มีเหตุและปัจจัยอีกมาก จักตัดสินว่า เราสมควรไปเกิดเป็นเทวดา นางฟ้า พรหม มนุษย์ หรือสัตว์ในอบาย ซึ่งมีจิตสุดท้าย สำคัญที่สุด
ทำนองเดียวกัน เรื่องทำตุ๊กตา จิตมิได้เป็นบาปแน่นอน ถูกไหม ครับ กายกับวาจา ก็มิได้ทุศีล หรือทำร้ายใคร (ผิดกับการทำหมันนะ หลวงพ่อบอกว่า เป็นการไปขวางการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของสัตว์) เพียงแต่วิบาก หรือผลของการกระทำนั้น ส่งผลไปในทางอกุศล ซึ่งชัดเจนว่า ปราศจากเจตนาให้เป็นเช่นนั้น ผลที่เกิดจึงน้อยเหลือเกิน ครับ
สรุปว่า การทำตุ๊กตาสวย ๆ ด้วยความชอบส่วนตัวนั้น ยากเหลือเกิน ครับ ที่จักเป็นบาป
ความไม่สบายใจ มาเกิดตรงที่ หลังงานอีเว้นท์แล้ว เกิดกระแสที่ทำให้เกิดการทุศีลตามมาอย่างมากมาย เลยกังวลว่า สิ่งที่ทำไปแล้ว จักเป็นบาปไหม ขอฟันธงว่า ไม่บาป ครับ เรานั้นไม่เป็นบาปแน่นอน เขาไปเลือกทำบาปกันเอง
อุปมาว่า เราแกะสลักตะเกียบที่สวยงามขึ้นมา ๒ คู่ แล้วเป็นที่ต้องการของคนมากมาย คนหนึ่งที่ได้ตะเกียบไปแล้วเอาไปกินข้าว อีกคนเอาไปแทงคนตาย
ถามว่า เรามีส่วนได้ส่วนเสียกับคนทั้งสองหรือไม่?
ฉันใดก็ฉันนั้น ตุ๊กตาก็เหมือนกัน ผู้บริโภคเป็นคนเลือก ครับ
เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ
ยิ่งเขาไปทำบาป เพื่อให้ได้มาซึ่งตุ๊กตา ยิ่งไม่เกี่ยวกับเราเลย ครับ
ยกเว้นกรณีเดียวที่จักบาป คือ เรามีเจตนาให้เขามาหลงใหลได้ปลื้มกับตุ๊กตา แทนพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์
เจตนาหัง ภิกขะเว กัมมัง วะทามิ นั่นละ จับหลักไว้ให้แม่น ๆ อิ อิ อะไรเพี้ยน ๆ ก็ลืม ๆ ไปซะนะ
เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ
(ว่า ๓ จบ)
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจัจชามิ
ข้าแต่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอมอบกายถวายชีวิตแด่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์
พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆ กันมา
มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานเป็นที่สุด
ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะพระกรรมฐาน ทั้ง ๔๐ ทัศ พระปีติทั้ง ๕ และ
วิปัสสนาญาณทั้ง ๙ ขอพระกรรมฐานทั้ง ๔๐ ทัศ พระปีติทั้ง ๕ และวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ จงมาบังเกิด
ปรากฏในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่ภาวะแห่งเมฆจิต สามารถกำหนดจิต รู้ภาวการณ์ต่าง ๆ
ทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิต ที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจน
แจ่มใสและพยากรณ์ได้ ตามความเป็นจริงทุกประการ เหตุใดที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้า
ได้รู้เหตุนั้นได้โดยมิต้องกำหนดจิตแม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
จากหนังสือสวดมนต์แปล วัดท่าซุง
Credit http://www.tourwat.com/board/index.php?topic=66.0






ดิมิทรี่น่ารักสุดขีด
#1 By Bloody Bambi on 2009-04-21 12:31