109: ไอน์สไตน์ แวร์ อาร์ ยู?

posted on 21 Apr 2009 03:10 by rinnathecat  in Thought

แมวสองหัว

 

อารัมภบทก่อนเข้าเอนทรี่

 

เมื่อวานนี้ออกเดินทางร่วมกับบุคคลลึกลับสองคน ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งแถวถนนอิสรภาพ ไปพบพระภิกษุลึกลับรูปหนึ่งตอนบ่ายอันร้อนฉ่า นั่งสนทนาธรรมกับท่านและบุคคลลึกลับจนฟ้ามืดคาตา ท่านว่า...

 

เวลารู้ว่ามีกิเลส ก็ให้พุ่งชนกิเลสเลยโยม ถ้าจิตใจมั่นคงพอ เราก็จะชนะกิเลส

ขอแก้นิดหนึ่งนะ มิใช่ว่า ชนะกิเลสหรอก กิเลสไม่มีใครเอาชนะมันได้ เพราะมันคือเจ้าโลกที่แท้จริง แต่เจริญสติบ่อย ๆ จนจิตจำสภาวะได้แม่นยำ รู้ทันกิเลสนั่นแล กิเลสจักดับไปเอง  -- ขอบคุณหลวงพี่รี่ที่มาแก้ไข้ให้ค่ะ สาธุสาธุ

 

หลังจากนั้นก็ไปกินเค้กที่ร้านลึกลับแห่งหนึ่ง จิบชา สวาปามคลับแซนด์วิช ตามด้วยคั่วไก่ทาโร่ ต่อด้วยทับทิมกรอบ แล้วกลับมานั่งซดเปอริเย่ พร้อมกับคุ้ยหาบทอาราธนาพระกรรมฐานที่คัดลอกจากวัดท่าซุง แล้วอยู่ๆก็คิดถึงคำที่พระภิกษุลึกลับเล่าให้ฟังวันนี้.. ว่าแม้แต่พระสายพระป่าทั้งหลาย หลวงพ่อท่านก็แนะนำให้เข้ากทม.ซักปีละ 3 เดือน เพื่อมาชนกับกิเลสต่างๆ แล้วก็กลับไปตั้งหลักที่วัดป่าใหม่ พอตั้งหลักได้ ก็กลับมาชนมันใหม่ ชนไปชนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งกิเลสต่างๆมันค่อยๆพ่ายไปเอง

 

ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ฉันผู้ซึ่งออกไปปลีกวิเวกที่ภายนอก ก็ควรกลับเข้ามาเกลือกกลั้วกับโลภะ โทสะ โมหะ ในที่ๆแสนจะวุ่นวายบ้าง ไม่ชอบก็รู้ว่าไม่ชอบ ไม่ชังก็รู้ว่าไม่ชัง มีโทสะก็รู้ว่ามีโทสะ เป็นการฝึกฝนขัดเกลาตัวเองไปด้วยในตัว ฟังคำท่านแล้วฉันก็แบบ... เฮ้อ... ถ้าไม่ใช่ท่านพูด ฉันก็คงจะลงหลักปักฐานในถ้ำไปเรื่อยๆอย่างสงบ.. ไม่ย้อนกลับมาที่นี่...  แต่มันก็จริงของท่าน.. ดังนั้นตอนนี้ ฉันก็เลยกลายเป็นแมวสองหัว ไปๆมาๆระหว่างวุ่นวายและวิเวก 

 

ขอขอบพระคุณพระภิกษุลึกลับ ที่ช่วยชี้แนวทางการปฏิบัติขั้นแอดวานซ์ให้ฉัน

ขอบคุณเดอะคอมมีเดี้ยนและดร.แมนฮัตตัน ที่ทำให้ฉันบาลานซ์มากขึ้น และมีวันที่แฮบปี้

ขอบคุณโรแชคที่แอบลุ้นอยู่ห่างๆอย่างไม่แสดงตัว

ฉันคงไม่ได้รับปากจะลงหลักปักฐาน แต่คงไปๆมาๆ ตามสมควรแก่เหตุ

 

========================

 

โอเคเข้าเรื่อง 

 

สืบเนื่องมาจากคำสนทนาเมื่อวาน... ฉันก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า คนที่ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพอย่างลุงอัล (เบิร์ต) ไอน์สไตน์ Where are you??

 

ทำไมฉันจึงตามหาลุง? -- เพราะฉันคิดว่า ทฤษฎีของลุงที่ค้นพบขึ้นมานั้น สร้างทั้งประโยชน์และโทษมหันต์ให้กับโลกและคนรุ่นหลัง และฉันเชื่อว่าระหว่างคิด เจตนาของลุงก็คงจะมุ่งไปเพียงว่า สนใจการจะได้มาซึ่งพลังงาน โดยมิได้หวังว่า วันนึงมันจะเป็นต้นคิดทฤษฎีให้อเมริกาเอามาบอมบ์ฮิโรชิม่าและนางาซากิ หรือแม้แต่ให้ประเทศต่างๆสะสมกำลังอาวุธเพื่อข่มขู่กัน ภายหลังจากที่ลุงม่องไปแล้ว

 

ในศาสนาพุทธท่านว่า "เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ" เจตนานั้นคือกรรม

แต่เมื่อพิจารณาจากคำของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

คำว่ากรรม คือการกระทำของมนุษย์ที่พร้อมไปด้วยเจตนา คือ ความตั้งใจว่าจะทำ จะพูด จะคิด ทีนี้ ในเมื่อทำลงไปแล้ว จิตเขาบันทึกผลงานเอาไว้โดยธรรมชาติ บางทีเราเผลอทำความไม่ดีลงไป ภายหลังเรานึกว่ามันเป็นบาป เราจะกลับมาเปลี่ยนความคิดว่า "ฉันทำเล่นๆ ฉันไม่ต้องการผลตอบแทน" มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้...
 
ดังนั้นก็เหมือนกับว่า กรรมประกอบไปด้วย การกระทำและเจตนา ถึงเจตนาจะไม่คิดร้าย แต่การกระทำก็มีอยู่
 
 
กรรมใดใดเกิดแต่เหตุ ถ้ามีกรรม มีการกระทำ ก็ย่อมมีผลแห่งเหตุนั้น
 
 
ฉันสงสัยว่า (นี่เป็นความสงสัยส่วนตัวนะคะ) ถึงลุงไอน์สไตน์​จะไม่ได้ตั้งใจให้คนอื่นเอาสิ่งที่ลุงค้นพบไปฆ่ากันผลาญบ้านผลาญเมือง แต่กรรมที่เป็นผลจากการกระทำก็จะยังคงมีอยู่
 
 
ดังนั้นตอนนี้ ฉันสงสัยว่า ลุงอยู่ที่ไหนคะ?
ฉันไม่รู้ว่าตลอดชีวิตของลุงนั้น ได้สร้างกรรมดีและคุณงามความดีอื่นๆประกอบกันไว้มากน้อยแค่ไหน จริงๆจะมาวัดจากกรรมที่เกิดจากการคิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะไม่ครอบคลุมนัก และก็ไม่รู้ว่าจิตสุดท้ายก่อนหลุดจากร่างไป อยู่ในสภาวะไหน ใครไปนรกสวรรค์ได้ ช่วยตอบฉันที ว่าตอนนี้ลุงไปไหนแล้ว แฮ่
 
 
แต่ก็นะ ความทุกข์ของคนเรา เกิดจากความคิด คิดมากไปจิตใจก็หม่นหมอง ตกนรกทั้งเป็นอีกตังหาก อืมๆๆๆ แต่มันสงสัยอะนะ สงสัยก็รู้ว่าสงสัย พิจารณาแล้วฉันสงสัยเพราะฉันอยากรู้ว่าความเข้าใจของฉันมาถูกแนวไหม การกระทำของฉันต่อไป มาถูกแนวไหม ถ้าสิ่งใดที่ทำอยู่ตอนนี้ (เช่นทำนิทรรศการตุ๊กตา เพราะเจตนากระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของคนในสังคม แต่ผลลัพธ์ออกมา กลายเป็นทำให้คนบ้าบอกันทั่วบ้านทั่วเมือง โก่งราคาสินค้าหน้าเลือด ทำผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์ แม้กระทั่งล่าสุดโกงเงิน Pre-Order กันเป็นหลักแสนบาท) ถ้ามันเป็นการทำกรรมที่เป็นบาป ฉันก็อยากจะทำในสิ่งที่ถูกต้องแทน
 
 
แต่คอมเมเดี้ยนก็บอกว่า อย่างคอมเมเดี้ยนเป็นครู สอนลูกศิษย์โดยเจตนาให้ลูกศิษย์มีความรู้ ถ้าลูกศิษย์ที่สอน เอาคำสอนไปใช้ผลาญบ้านผลาญเมือง มันก็อยู่นอกเหนือการควบคุม เราก็ต้องอุเบกขา... ทำอะไรไม่ได้ -0- 
 
 
คิดวนไปวนมา ก็คงกลับมาที่ว่า อุเบกขาต่อไป... สร้างกรรมดีต่อไป และภาวนาว่า ถ้าฉันไม่รู้ ว่าอะไรควรไม่ควร ก็ขอให้ฉันเลือกสุ่มเปิดไพ่ถูกใบ ทำในสิ่งที่ควร หรือเกิดปัญญารู้แจ้งในสิ่งที่ควร จะได้เดินได้ถูกทาง
 
 
ก่อนหน้านี้ ฉันก็ไม่เคยคิดว่า ฉันจะสงสัยอะไรมากมายในศาสนาพุทธ แบบรับง่าย ย่อยง่าย ไม่ก่งก๊ง  แต่พอเข้ามาคลุกวงในมากขึ้น ก็ถึงเพิ่งตระหนักกับตัวเองว่า ฉันนี่หนา... สงสัยมากกว่าใครเค้าทั้งหมด ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องดีอะนะ เพราะก็เหมือนตกค้างอยู่กลางทางแยก ถ้าเกิดมีบุญหรือสะสมบารมีเต็มขึ้นมาถึงจุดเมื่อไหร่ ฉันก็อาจจะสามารถตอบคำถามที่ค้างคาใจได้ด้วยตนเองหรือได้พบกับใคร ที่สามารถบอกฉันได้ ว่าตอนนี้ลุงไอน์สไตน์​เป็นตายร้ายดียังไงแล้ว...
 
 
จนกว่าจะถึงตอนนั้น ก็ปฏิบัติกันต่อไป...  ถ้างงสงสัย ไม่รู้อะไรผิดถูก ก็ลุยให้ถึงพระโสดาบันเข้าไว้ เซฟตัวเองเป็นดี วิ่งหนีหมาบ้าที่จะไล่กัดเรา
 
 
หลังจากเปิดประเด็นไว้ ก็ได้คำตอบแล้วค่ะจากหลวงพี่เชอรี่ ขออนุญาตแปะไว้ เผื่อใครที่สงสัยหรือเคยสงสัยอย่างเดียวกันขอบพระคุณหลวงพี่เชอรี่ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


ไม่ขอยืนยันว่า คำตอบต่อไปนี้ เป็นคำตอบสุดท้ายนะ ลองเอาไปพิจารณาเอง

สิ่งที่อธิบายไป มาจากความเข้าใจส่วนตัว หลังจากอ่านคิริมานนทสูตร

ในพระสูตรนั้น บุญ บาป เป็นเรื่องทางใจ ล้วน ๆ

ข้าพเจ้าขอแยกออกมาอีกส่วน คือ กุศลกรรม กับ อกุศลกรรม ซึ่งคือ การกระทำที่เป็นรูปธรรม ทางกาย วาจา

ตกลงตอนนี้มี ๒ ส่วนนะ บุญกับบาป เป็นเรื่องทางใจ
กุศลกรรม กับอกุศลกรรม เป็นเรื่องทางกาย กับวาจา พอเข้าใจมะ

โดยทั่วไป สองส่วนนี้ มักจักไปด้วยกัน เขาเลยเหมารวมเป็นบุญ เป็นบาปอย่างเดียว

ขอยกเคสให้เห็นชัด ๆ เพชฌฆาต ฆ่านักโทษ ตามคำสั่งของพระราชา ผิดหรือถูก บาปหรือไม่บาป ตายแล้วไปสวรรค์หรือนรก

คำถามนี้ ไม่สามารถตอบแน่นอนตายตัวได้ว่า ผิดหรือถูก บาปหรือไม่บาป ตายแล้วไปไหน ต้องดูบริบทอื่นอีก

ซึ่งต้องย้อนถามกลับว่า เพชฌฆาต ฆ่าด้วยใจยินดี ที่ได้ฆ่าคนหรือเปล่า หรือทำด้วยหน้าที่ ตามคำสั่งของพระราชา มีความโกรธเกลียดนักโทษเจือปนลงไปในการฆ่าด้วยหรือเปล่า

เพชฌฆาตบางคน อาจพอใจที่ได้ฆ่าคน ชอบดูคนตาย ชอบเห็นเลือด ชอบดูคนดิ้นกระแด๋ว ๆ ชักดิ้นชักงอ ตายไปต่อหน้า เช่นนี้ มีองค์ของปาณาติบาตครบทุกประการ

จิตก็เป็นบาป เพราะพอใจการฆ่า กาย/วาจา ก็คือ ลงมือฆ่า เกิดอกุศลกรรม

เพชฌฆาตบางคน มิได้พอใจในการฆ่า ฆ่าเพราะจำเป็น ไม่มีอาชีพอื่นใดที่ทำได้ ทำไปตามหน้าที่ อย่างนี้ ก็ถือว่า จิตไม่เป็นบาป แต่ถามว่า อกุศลกรรมเกิดไหม? เกิด ครับ เพราะลงมือฆ่า และอย่างที่บอกไป อกุศลกรรมที่ไม่ประกอบด้วยเจตนา วิบากกรรมน้อยกว่ามาก ผลของปาณาติบาต คือ เป็นคนมีอายุสั้น หรือเจ็บป่วย ซึ่งในกรณีหลัง ก็จักเจ็บป่วยเล็กน้อย กว่ากรณีแรก

เรื่องทำหมันหมา เราทำด้วยเจตนาดี จิตไม่เป็นบาป ครับ แต่อกุศลกรรมเกิด เมื่อมีกรรม หรือการกระทำ ผล คือ วิบากก็ตามมา ทำให้ไปเกิดเป็นสัตว์แล้วถูกตอน หรือเกิดเป็นกะเทย ซึ่งก็ยังมีบริบทอีกมาก ครับ ใช่ว่า พอไปทำหมันหมาปุ๊บ ชาติหน้าไปเกิดเป็นหมา แล้วถูกตอนปั๊บ มีเหตุและปัจจัยอีกมาก จักตัดสินว่า เราสมควรไปเกิดเป็นเทวดา นางฟ้า พรหม มนุษย์ หรือสัตว์ในอบาย ซึ่งมีจิตสุดท้าย สำคัญที่สุด

ทำนองเดียวกัน เรื่องทำตุ๊กตา จิตมิได้เป็นบาปแน่นอน ถูกไหม ครับ กายกับวาจา ก็มิได้ทุศีล หรือทำร้ายใคร (ผิดกับการทำหมันนะ หลวงพ่อบอกว่า เป็นการไปขวางการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของสัตว์) เพียงแต่วิบาก หรือผลของการกระทำนั้น ส่งผลไปในทางอกุศล ซึ่งชัดเจนว่า ปราศจากเจตนาให้เป็นเช่นนั้น ผลที่เกิดจึงน้อยเหลือเกิน ครับ

สรุปว่า การทำตุ๊กตาสวย ๆ ด้วยความชอบส่วนตัวนั้น ยากเหลือเกิน ครับ ที่จักเป็นบาป

ความไม่สบายใจ มาเกิดตรงที่ หลังงานอีเว้นท์แล้ว เกิดกระแสที่ทำให้เกิดการทุศีลตามมาอย่างมากมาย เลยกังวลว่า สิ่งที่ทำไปแล้ว จักเป็นบาปไหม ขอฟันธงว่า ไม่บาป ครับ เรานั้นไม่เป็นบาปแน่นอน เขาไปเลือกทำบาปกันเอง

อุปมาว่า เราแกะสลักตะเกียบที่สวยงามขึ้นมา ๒ คู่ แล้วเป็นที่ต้องการของคนมากมาย คนหนึ่งที่ได้ตะเกียบไปแล้วเอาไปกินข้าว อีกคนเอาไปแทงคนตาย

ถามว่า เรามีส่วนได้ส่วนเสียกับคนทั้งสองหรือไม่?

ฉันใดก็ฉันนั้น ตุ๊กตาก็เหมือนกัน ผู้บริโภคเป็นคนเลือก ครับ

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ
 
 
 
ได้ความว่าดังนี้แล แฮ่ๆๆๆ
 
หลวงพี่มา Update เพิ่มเติมด้วย ดังนี้ค่ะ
 
ได้ไปถามพระทา (๑๔ พรรษาแล้ว) อีกที เพื่อความมั่นใจในคำตอบ ท่านพิจารณ์ว่า ทำตุ๊กตาสวย ๆ ไม่บาปแน่นอน ครับ แม้จักทำให้คนหันไปหลงใหลตุ๊กตากันทั้งเมือง ก็ไม่บาป เพราะแม้พวกเขาไม่หลงตุ๊กตา เขาก็หลงอย่างอื่นกันอยู่แล้ว

ยิ่งเขาไปทำบาป เพื่อให้ได้มาซึ่งตุ๊กตา ยิ่งไม่เกี่ยวกับเราเลย ครับ

ยกเว้นกรณีเดียวที่จักบาป คือ เรามีเจตนาให้เขามาหลงใหลได้ปลื้มกับตุ๊กตา แทนพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์

เจตนาหัง ภิกขะเว กัมมัง วะทามิ นั่นละ จับหลักไว้ให้แม่น ๆ อิ อิ อะไรเพี้ยน ๆ ก็ลืม ๆ ไปซะนะ

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ

 
 
=========================
 
ปล.1  คุ้ยเจอคำอาราธนาพระกรรมฐาน เอาไว้ท่องตอนลืมตาตื่นขึ้นมา แต่ไม่แน่ใจว่า เวอร์ชันนี้ถูกต้องครบถ้วนมั๊ย ใครเคยอาราธนาบ่อยๆ ขอความกรุณาแนะนำด้วยนะคะ
 
 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
(ว่า ๓ จบ)
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจัจชามิ
ข้าแต่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอมอบกายถวายชีวิตแด่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์
พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆ กันมา
มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานเป็นที่สุด
ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะพระกรรมฐาน ทั้ง ๔๐ ทัศ พระปีติทั้ง ๕ และ
วิปัสสนาญาณทั้ง ๙ ขอพระกรรมฐานทั้ง ๔๐ ทัศ พระปีติทั้ง ๕ และวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ จงมาบังเกิด
ปรากฏในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่ภาวะแห่งเมฆจิต สามารถกำหนดจิต รู้ภาวการณ์ต่าง ๆ
ทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิต ที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจน
แจ่มใสและพยากรณ์ได้ ตามความเป็นจริงทุกประการ เหตุใดที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้า
ได้รู้เหตุนั้นได้โดยมิต้องกำหนดจิตแม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

จากหนังสือสวดมนต์แปล วัดท่าซุง
Credit http://www.tourwat.com/board/index.php?topic=66.0
 
 
 
ปล.2 แก้อึ้ง สำหรับใครที่คิดว่าอินี่มันเขียนเอนทรี่อะไรของมัน กรูจะเข้ามาดูตุ๊กตาและของกุ๊กกิ๊กเฟร้ย
 
 
ดิมิทรี่ คลานุวัฒน์ อายุ 3 เดือน กำลังแอบใช้ Macbook Pro อย่างเมามัน 
 
 
ต่อไปนี้บล๊อกนี้จะกุ๊กกิ๊กแค่นี้แหละ พอ!
ฉันเคยนั่งเถียงกับคุณเดวิดว่ากรรมที่เกิดจากเจตนาและกรรมที่ก่อโดยไม่เจตนานั้นมีผลต่างกันหรือไม่ คุณเดวิดเถียงว่า หากผลที่ได้เหมือนกันจะเจตนาหรือไม่ย่อมก่อกรรมแบบเดียวกัน งงมะ

ดิมิทรี่น่ารักสุดขีดcry วันศุกร์นี้ไปแน่นอน คอนเฟิร์ม 2 ที่

#1 By Bloody Bambi on 2009-04-21 12:31

อ้าวไหงแมวแยกเป็น 2

แมวอะมีบา.. ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ

#2 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-04-21 12:33

อยากเจอ อัลเบิร์ต จริงๆเหรอครับ....
ถ้ายังไม่ไปเกิดล่ะก็ ป่านนี้ สภาพจะเป็นอย่างไร

อึ๋ยยยยยยangry smile

แต่ก็นะครับ เจตนานั้นคือกรรม
อย่างที่เขียนไว้เลย อย่าไปกังวลครับ

แต่แค่ว่า ก่อนทำ ควรคิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน

ถ้าผลลัพธ์มันเกินจากที่เราคาดเอาไว้ นั่นค่อยคิดว่าเราเองก็ต้องปล่อยวางเหมือนกันHot! Hot!

#3 By potter_jaruwath on 2009-04-21 12:36

แมวน่ารักดีแฮะ

#4 By ลิงหกกะล้ม on 2009-04-21 12:45

แอร๊ย น่ารักconfused smile
เดี๋ยวนี้ผมพยายามมองคนที่เจตนา
บางคนทำให้เราไม่พอใจแต่เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดี
ก็รับฟังพูดคุยกันต่อ...

แมวน่าจับมาเล่นซะจริง
confused smile ขันน้ำ ขันน้ำ confused smile

#6 By wesong on 2009-04-21 12:49

ออกจากถ้ำมาแล้ว ดีครับ จะได้มีอะไรดี ๆ อ่านอีก สู้ สู้ big smile

#7 By mahaoath on 2009-04-21 13:03

น้องแมวน่ารักจังค่ะพี่ ^^

เรื่องกรรมดูไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนมาก

หนูคิดแค่กรรมมันติดจรวดกับบางคนเท่านั้นเอง

ส่วนคนที่ยังอยู่รอดหนูว่ากรรมดีชาติที่แล้ว คงหนุนกันไว้น่ะค่ะ

ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#8 By hobbyburn on 2009-04-21 13:38

กรี๊ดดดดดดด 1 - พี่รินนากลับมาแย้ว

กรี๊ดดดดดดด 2 - น้องแมวน่ารักกกก(และลัก)มากๆๆค่ะ

#9 By ☆ TIMO ☆ on 2009-04-21 13:47

อร๊า~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ดิมิทรี่น่ารักโฮกกกกกกกกก

#10 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2009-04-21 13:59

หวาว วันนี้มาเป็นเรื่องธรรมะ
ตั้งคำถามได้น่าคิดดีค่ะ

แต่เวลาเราดูคนอื่น เราดูที่เจตนานะ
บางทีเขาพูดหรือทำอะไรไม่ดี แต่เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ก็ยกโทษให้ได้
sad smile

#11 By atom on 2009-04-21 14:18

อุตส่าห์พิมพ์ยาว หายไหนหมด Server เฮงซววยยยยย
-___-'

แมวน่ารักกกก

แค่นี้พอ...งอนๆ
โห... นึกว่า เป็นแมวโลคอล หน้าตาดูิอินเต้ออินเตอร์

เล็บคุณน้องทั้งหลายจักไม่จิกแม็คบุ๊คเป็นรอยหมดหรือนี่

เรื่องกฏแห่งกรรม เป็นหนึ่งในเรื่องอจินไตย ที่ไม่ควรคิด
คิดมาก ๆ แล้วให้ผลอย่างแจ่ม คือ

๑. กิเลสไม่ได้ลดลง
๒. เป็นบ้า

ท่านแนะว่า กระไรล่วงแล้ว ก็ล่วงไป รู้อารมณ์ปัจจุบันให้มาก กระไรทำด้วยกุศลจิต สิ่งนั้นก็เป็นบุญ กระไรทำด้วยอกุศลจิต สิ่งนั้นก็เป็นบาป

กรรมที่ทำแล้ว มีผลออกมาให้เห็นในทางอกุศล หากเรายังดื้อดึงขืนทำต่อไป แน่นอนว่า กรรมในครั้งหลัง ประกอบด้วยเจตนา และให้ผลมากกว่าครั้งแรก ที่ไม่ประกอบด้วยเจตนา มหาศาล

แต่เราจักไม่คิด ถึงอกุศลวิบาก หรือผลของกรรม ในอดีต เพราะคิดถึง ก็เท่ากับทำบาปซ้ำอีกรอบ เราจักให้จิตเรา เคล้าเคลียอยู่กับกุศลเท่านั้น

เวลาจิตเราจักออกจากร่าง ทั้งกุศล และอกุศล จักเข้ามาอีรุมอีตุ้ม ชั่งน้ำหนักกันให้วุ่นวายว่า จิตเราจักเกาะอะไรมากกว่ากัน

ชีวิตส่วนใหญ่ ชินกับจิตที่เป็นกุศล ก็ไปสุขคติ

ชีวิตส่วนใหญ่ ชินกับจิตอกุศล ก็ไปทุกขคติ

โดยส่วนใหญ่ เป็นเช่นนั้น แต่ก็ไม่เสมอไป มีข้อยกเว้นบ้าง

ขอแก้นิดหนึ่งนะ มิใช่ว่า ชนะกิเลสหรอก กิเลสไม่มีใครเอาชนะมันได้ เพราะมันคือเจ้าโลกที่แท้จริง แต่เจริญสติบ่อย ๆ จนจิตจำสภาวะได้แม่นยำ รู้ทันกิเลสนั่นแล กิเลสจักดับไปเอง

การเข้าชนกิเลส แท้จริง คือ การเข้าไปเจอผัสสะบ่อย ๆ ให้กิเลสเกิดบ่อย ๆ เกิดแล้วรู้ ๆ บ่อยเข้า จิตก็จำสภาวะได้แม่นยำ เกิดสติตัวจริง เสียงจริง โดยมิได้ตั้งใจให้เกิด

ที่เราฝึกเจริญสติกันอยู่นี้ ยังไม่ใช่สติตัวจริง เพราะเป็นการจงใจรู้ตัว (แต่ทำไปเหอะ เป็นการฝึกฝน) เมื่อใดรู้สึกตัวเอง โดยมิได้จงใจ นั่นแล สติตัวจริง ที่เรียกว่า สัมมาสติขั้นหน่อมแน้ม จะเกิด

(ท่านว่า สัมมาสติ แท้ ๆ เกิดตอนเข้าอริยมรรค เลยเรียกไม่ได้ว่า เป็นสัมมาสติแท้ ๆ)

เวลคัมแบ็ค ฯ

Hot!

#13 By Dhammasarokikku on 2009-04-21 14:29

หลวงพี่ ฉันไม่ได้มีเจตนาจะคิดเรื่องอจินไตยค่ะ แค่อยากรู้ว่า อะไรบาป อะไรไม่บาป ถ้าบาปฉันจะได้ไม่ทำ แต่อะไรที่นอกเหนือไปจากศีล 5 ศีล 8 ศีล ฯลฯ ฉันก็จะงุนงง ก่งก๊งมากค่ะ บางทีฉันนั่งทำตุ๊กตาเล่น ฉันก็ไม่เคยคิดว่ามันเป็นบาป ฉันทำตุ๊กตาแล้วมีอิมแพคต่อผู้คน ฉันก็เห็นว่าไม่ผิดศีลข้อไหน ก็เลยไม่คิดว่าเป็นบาป แต่มันดันมีผลลบต่อสังคมมากกว่าผลบวก จริงๆแล้วฉันมาติดอยู่ตรงนี้หลายครั้ง เช่นประเด็นเรื่องการทำหมันสัตว์ พิจารณาแล้ว มันก็ต้องทำ เพื่อหลายอย่าง เช่น รักษาสุขภาพของสัตว์ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหมาจรจัดเต็มบ้านเต็มเมือง เป็นปัญหาสังคม แต่หลวงพี่บอกว่าเป็นบาป ดังนั้นฉันจึงไม่มีหลักยึดอะค่ะ ว่าอะไรบาปไม่บาปกันแน่ ที่ตั้งคำถามขึ้นมา ก็เพื่อหาแนวทางว่า ทำอย่างไร จึงจะไม่ไปเผลอทำอกุศลกรรมเข้า ก็เท่านั้นเองค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษากาย วาจา ใจ ให้ไปในทางที่เป็นกุศล

เรื่องเช่นว่า ตบยุงแล้วต้องเป็นงั้นเป็นงี๊ ฉันไม่คิดค่ะ มันเหมือนตีค่าราคาของบาปขึ้นมาในเชิงเศรษฐศาสตร์ แต่ฉันแค่อยากรู้ว่า โอเค ตบยุง เป็นการฆ่าสัตว์ เป็นบาป ฉันจะได้หาทางเลี่ยง มีเจตนาแค่นั้นค่ะ

#14 By Rinna ♥ on 2009-04-21 14:52

#1 ไม่งงค่ะ
ดิมิทรี่ช่างน่ารักเสียนี่กระไร

ปกติก็ดูที่เจตนาของคนกระทำเหมือนกันค่ะ
แต่บางคนก็ทำให้เรามองไม่ออกว่าจริงๆแล้วเจตนาดีหรือร้าย

#15 By MamiLuv on 2009-04-21 15:00

เพื่อนหนุก็ชอบด่าว่าไอนสไตน์เลวที่คิดอาวุธ แต่หนูว่าไม่แบบเดียวกับพี่คะเพราะลุงเค้าแค่อยากทดลองเพื่อไปเป็นประโยชน์อื่นๆเท่านั้นเอง


เห็นแมวแล้วอยากอุ้มHot! Hot! Hot! Hot!

#16 By Cotton on 2009-04-21 15:33

แวะมาทักทาย แฮ่
ป.ล. ล้อกอินด้วย ID ของน้อง
แวะมาทักทายก่อน
อยากบอกว่าดีใจที่เห็นคุณรินน่าเขียนเอนทรี่ในบ๊อกนี้อีก open-mounthed smile

เดี๋ยวจะกลับมาอ่านใหม่นะคะ
ดิมีทรี่น่ารักเน่อส์

#19 By ◣ Tairataraban ◥ on 2009-04-21 15:42

ด...ดิมิทรี่คุง อ๊า---- ขอฟัดซักทีได้มั๊ยค๊า~~ (ดิมิทรี่นี่ชื่อเดียวกับตัวละครในนิยายออริฯ ของฉันเลยค่ะ ได้แรงบันดาลใจมาจากเกม vampire hunter (ซะงั้น) sad smile )

ประมาณช่วงอาทิตย์ก่อน เรื่องของความคิดนี่ทำให้ฉันหดหู่มากค่ะ แล้วก็รู้สึกว่าหรือฉันจะยึดติดมากไป ทำให้รู้สึกเสียใจว่าสิ่งที่ฉันตั้งใจทำด้วยเจตนาดี กลับถูกคนอื่นนำไปใช้ในทางที่ผิด แถมพอบอกเขาว่ามันไม่ดีนะ เขายังด่ากลับมาอีกต่างหาก

บางทีเขาอาจไม่ได้เจตนาจะทำผิดในตอนแรก แต่พอฉันเตือนให้เขารู้ เขาก็ยังดื้อจะทำผิดต่อไป (อันนี้เรียนกว่าเจตนาแล้วสินะคะ ?) ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้ก็เลยพยายามปล่อยวางไป แต่ก็อดเสียใจบ้างไม่ได้น่ะค่ะ

อ๊ะ นี่ฉันพูดอะไรเนี่ย ขอโทษที่บ่นเสียยาวนะคะ f(^^;

สุดท้ายนี้ ยินดีต้อนรับการกลับมาค่ะ confused smile

#20 By Dahlia on 2009-04-21 16:26

แมวน่ารัก

#21 By mochikaka on 2009-04-21 16:26

เจมี๊!!! ดีมี๊!!!!

#22 By Minpanda on 2009-04-21 17:34

รักเร้ย!Hot!

#23 By Eddy on 2009-04-21 18:55

เย้
แมวไฮเทคแถมมีสองหัว

#24 By JUDY on 2009-04-21 20:53

รูปแมวขโมยซีนธรรมะ ปืนฉีดน้ำ

ปล. เรื่องบาปนี่มันยากจริง sad smile

#25 By KaTTo-+tOdA on 2009-04-21 22:10

ดิฉันก็กำลังฝึกเจริญสติ อยู่ค่ะ แหมมันยากจริงๆนะคะเวลาอยู่ในเมืองที่มีแต่กิเลศชวนจิตหลุดตลอดเวลา

#26 By Glinda The Good on 2009-04-21 22:38

แมว.....
คุณคะทำไมแมวมีสองหัว
:ก็มีสองตัวไงคะopen-mounthed smile
อยากบอกว่าดีใจที่พี่เจากลับมาเขียนบลอคที่นี่TTwTT
ดิมิทรี่น่ารักมาก มากกกกกกกกก มากๆๆเลยค่ะ
จริงๆเรื่องเจตนาหรือไม่เราก็หาบทสรุปไม่ได้เหมือนกัน
อย่างเืรื่องของไอนสไตน์ สิ่งที่เค้าประดิษฐ์ขึ้นมา
(อันนี้พูดถึงแต่ในแง่ร้ายนะคะเรื่องประโยชน์ก็คิดเหมือนพี่เจาค่ะ)
ถึงจะไม่ได้มีเจตนา แต่เคยอ่านมาว่าเรื่องนี้ก็ทำให้เค้าทุกข์ใจมากในบั้นปลายของชีวิต
ผลของบางสิ่งบางอย่างที่ความคุมไม่ได้ บางทีมันก็อาจจะเอาเจตนามาวัดอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ

และอีกที ดีมิทรี่น่ารักมากมากมากกกกกกค่ะ

#28 By mikan on 2009-04-21 23:39

โอ้ยน่ารักนุ่มนิ่มน่าเล่น เจ้าแมว /กิเลสมีไว้พุ่งชน!

#29 By HineyHelsinki on 2009-04-22 00:37

open-mounthed smile

#30 By iDoi* on 2009-04-22 07:07

เมื่อวันจันทร์ไปส่งงานสรุปไม่ได้ออกจากเอเจนซี่เลย T-T
สองวันแล้ว .. 55

คุณกวางเจาอย่างไปเอาเครื่องที่ทำให้กังวลใจมาคิดเลย
อยู่ของเรา คิดของเรา เขียนของเรา ..
หรือจะไม่เขียนก็ของเรา แต่อย่างน้อย ..
เราก็มี "เพื่อน" ที่ดีอยู่ในนี้ ..

จะอย่างไรก็ดีใจที่ได้เห็นบ่อยๆขึ้น
^-^ ขันน้ำ ขันน้ำ
อา... ต้นเดือนหน้า จักมีทริปไปหาหลวงตาพวงอีกแล้ว งวดนี้อาจจะมีค้างคืนด้วย วันที่ ๑-๒ พฤษภาฯ สนใจลงชื่อได้

confused smile

#32 By Dhammasarokikku on 2009-04-22 11:56