103: So.. you got skills.. then what?

posted on 01 Mar 2009 01:41 by rinnathecat  in Inspiration

สวัสดีมิตรสหายทั้งหลายแหล่ ดิฉันยังมีชีวิตอยู่ ณ ที่ใดที่นึง ห่างไกลความเจริญจากผู้คน รายล้อมไปด้วยหุบเขา ทุ่งหญ้า ฟ้ากว้าง และกลิ่นขี้หมูลอยมาพร้อมกับลมหนาว ที่พัดกรรโชกเข้ามาทางหน้าต่างยามดึก ได้นอนไว ตื่นเช้า กินอาหารครบทุกมื้อ ออกกำลังกายพอควร แต่งานยังยุ่งชิ๊บบบบเป๋งไปจนสิ้นเดือนเมษา กระนั้น ทุกอย่างที่ว่ามา ก็ไม่เกี่ยวกับเอนทรี่นี้แต่อย่างใด ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งละกันนะคะ

 

ประมวลผลจากนิทรรศการไบลธ์ ที่ฉันได้รับเชิญไปเป็นศิลปินฟีเจอร์ที่ผ่านมา หลายสิ่งหลายอย่างคาใจฉันมาก โดยเฉพาะหลายๆท่านที่เข้ามาถามฉันว่า...ทำไบลธ์ยังไง ถึงจะได้รางวัลละคะ...

 

หลังจากข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่ ใช้ชีวิตแบบไร้เครื่องสำอางค์ ไร้การแต่งตัว (แต่ยังใส่เสื้อนะ ไม่โป๊วว) กินอาหารตามที่เขาจะจัดหามาให้ และไม่ต้องแคร์ว่าใครจะคิดยังไง นักข่าวจะโทรมาตอนฉันยังไม่ตื่นมั๊ย เพราะฉันสามารถเดินไปกลางทุ่ง ทิ้งตัวลงนั่งมองหน้าควายแถวนั้น (จากไกลๆ) ซึ่งมันไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าไบลธ์คืออะไร... อาจจะสงสัยด้วยซ้ำ ว่า.. แก.. เป็นใคร มานั่งจ้องหน้าตู... ฉันก็ได้คำตอบ

 

หลายครั้งที่หลายคน รู้สึกว่า โอ้ยยยยย กรูเก่งโน่นเก่งนี่จะตายไป กรูเก่งกว่าคนโน้นคนนี้ตั้งเยอะ ทำไมถึงไม่ชนะ ทำไมถึงทำโน่นทำนี่ไม่ได้ดี ทำไมถึงหยุดอยู่แค่นี้ บลาๆๆ จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เฉพาะเรื่องการคัสตอมตุ๊กตาหรอกนะ แต่มันรวมไปถึงการทำสิ่งต่างๆในชีวิตเลยทีเดียว ทำไมหลายคนที่มีสกิลเมพๆ ถึงไม่ประสบความสำเร็จ?

 

หลายคนบอกว่า อยากจะเก่งอะไร ต้องทำอย่างงั้นทุกวัน หรือต้องทำสิ่งนั้นหมื่นชม. บลาๆๆ แล้วแต่ทฤษฎี ความพยายามในการทำสิ่งนั้นๆของแต่ละคน เป็นสิ่งวัด"ส่วนนึง" ว่าจะทำให้ผลงานของเรา หรือสิ่งที่เราตั้งใจทำ ออกมาพิเศษแตกต่างจากคนอื่น แน่นอนว่า คนที่ฝึกมามากกว่า ก็ย่อมจะมีความชำนาญในการทำสิ่งต่างๆมากกว่าคนที่ยังไม่พยายามฝึกเป็นธรรมดา แต่ในโลก หรือในสถานที่ หรือในการวัดระดับบางอย่าง เมื่อทุกๆคน มีความพยายามเท่าๆกัน ฝึกฝนมานานเท่าๆกัน มีสกิลเหมือนๆกัน เทพเหมือนกันหมด หรือบางครั้งบางคน มีสกิลดีกว่าอีกคนนึงด้วยซ้ำ แล้วทำไม๊ ทำไม... อีกคนถึงมีผลงาน ที่ "กินใจ" คนอื่นมากกว่า?

 

อย่ามาตอบว่า การตลาดนะ... ="= การตลาดไม่ใช่พระเจ้า ขอบอก การตลาดเป็นผลพวงของการวิเคราะห์ วิจัย เข้าใจธรรมชาติของผู้คนรอบข้าง แต่ก็อีกแหละ การตลาดก็เป็นอะไรที่ มีคนเรียนเยอะแยะไป โอเค บางคนที่วิเคราะห์วิจัยเก่งกว่า จะได้ข้อมูลที่เหนือกว่า แต่เหนือฟ้าก็ย่อมมีฟ้า คนเก่งก็ย่อมมีคนที่เก่งเท่ากันหรือยิ่งกว่าขึ้นไป ด้วยข้อมูลที่เท่าเทียมกัน ขั้นแรกเป็นแบบนี้ ขั้นสองเป็นแบบนี้ บลาๆๆ แต่โลกนี้มันเป็นไม้บรรทัดแบบนั้นซะที่ไหนกันล่ะ? แล้วอะไร ที่ทำให้คนที่มีสกิลเท่าๆกัน มีข้อมูลเท่าๆกัน เป็นที่น่าประทับใจ มากกว่าอีกคนนึง

 

ฉันมานั่งคิดๆดูแล้ว สกิลของคนเรา มันก็เหมือนของนอกกายอย่างนึงนั่นแล๊ะ มันก็เหมือนอิฐ เหมือนหิน เหมือนปูน เหมือนทราย เอามาเรียงๆกันเข้า มันก็ออกมาเป็นตึก เป็นกำแพงขึ้นมาเหมือนกัน คนที่มีสกิลดี พื้นฐานดี ก็เหมือนมีอิฐที่แตกน้อยกว่าคนอื่นเค้า สภาพดีกว่าคนอื่นเค้า ก็แค่นั้น แต่สิ่งที่ทำให้ผลงานของคนเรา แตกต่างกัน ก็คือความคิดสร้างสรรค์ ในการสังเคราะห์ "คอนเซ็ป" ของการใช้อิฐ ใช้ปูน ใช้สกิลสร้างสิ่งต่างๆให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาตังหาก


คนเราเอาอิฐเทพมากองเป็นกำแพงเรียบๆ มันก็ออกมาเป็นกำแพงเรียบๆที่เนี๊ยบกว่าคนอื่นเค้าหน่อย ก็งั้นๆแหละ ไร้ความน่าจดจำ แต่อีกคน ถ้ารู้จักข้อดีข้อด้อยของสิ่งที่มี และรู้จักปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ปรับใช้ อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ผลงานของคนนั้นก็อาจจะออกมาแจ่มกว่ากำแพงอิฐเทพก็เป็นได้ ถ้าจะให้แจ่มมีทั้งอิฐเทพ และคอนเซ็ปเทพ และความเข้าใจตนเองอย่างเทพ งานก็ยิ่งออกมาน่าสนใจมากขึ้น ยิ่งมีทุกอย่างเทพแล้ว ยังมีความกล้าหาญขั้นเทพ ที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ ไม่กลัวเสียหน้า ไม่กลัวโง่ เราก็จะเรียนรู้อะไรที่จะทำให้เทพยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ


ในทางกลับกัน คนที่มีสกิลดี แต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ แถมยังลอกเลียนผลงานคนอื่นนี่.. นับวันจะมีแต่ติดลบ... หรือบางคน อยากเป็นที่ "โดนใจ" ของผู้คน แต่ไม่พยายามขวนขวาย หาสกิล ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ เอาแต่โปรโมท ก็จะเหมือนกำแพงที่ข้างในกลวงโบ๋ รอวันที่ลมพัดแล้วก็พังทะลาย


แล้วความคิดสร้างสรรค์มาจากไส???

 

ความคิดสร้างสรรค์ ก็เป็นสกิลแบบนึง ที่อาศัยการ "ฉุกคิด" ให้มาก ในชีวิตประจำวัน เวลาใช้ชีวิตในแต่ละวัน คนเรามักจะไหลลอยไปกับอะไรก็แล้วแต่ทั้งวัน เหมือนเรือที่ลอยไปตามน้ำ การที่เราฉุกคิด ขึ้นมาได้ว่า เอ๊ะ นี่ตรูทำอะไรอยู่ ก็เหมือนกับเรือของเรามีเกาะแก่งให้หยุดพัก หยุดพิจารณา ว่าเอ๊ะ รอบข้างเรามีอะไร เรากำลังพายเรือไปไหน คนอื่นกำลังทำอะไร เมื่อฉุกคิดได้บ่อยๆแล้ว เราก็ต้องวิเคราะห์พิจารณาสิ่งรอบข้างและตัวเราประกอบกัน ทดลองคิดนั่นคิดนี่ ลองนั่นลองนี่ ปกติลอยไปตามน้ำงกๆ ลองมองดูซิ ว่ามุมมองอื่นของชีวิตเป็นไง จะลองขึ้นฝั่ง เดินเลียบแม่น้ำแทนมั๊ย หรือจะเดินสวนย้อนทางขึ้นไปต้นน้ำ อะไรก็ได้ บลาๆๆ หลายอย่าง ลองนั่นลองนี่ ไม่ถือดีอีโก้แรง ว่าฉันมันเทพ แต่คิดซะว่าเรายังมีสิ่งใหม่ๆให้เรียนรู้ได้อีก ทดลองคิดทดลองทำ ทั้งในสิ่งที่คนอื่นเค้าอาจจะลองทำไปแล้ว หรือไม่คิดไม่ทำและไม่ตามน้ำตามกระแส เมื่อเราหยุดตัวเองได้ เราก็จะคิดได้บ่อยขึ้น มองเห็นทางมากขึ้น แล้วปัญญาก็จะเกิด ความคิดสร้างสรรค์เกิด

 

ก่อนจะไปเรียนต่อ ฉันเคยเลือกโรงเรียน 2 แห่งในสองประเทศ ว่าจะเอาที่ไหนดี ที่นึงสอนฉันว่า "ทำยังไง" ถึงได้อย่างงั้น แต่อีกที่สอนฉันว่า "ทำไม" ถึงได้อย่างงั้น ฉันเลือกแห่งที่สอง ระหว่างที่ฉันเรียน อาจารย์ของฉัน มีความรู้พื้นๆ มีสกิลพื้นๆ แต่เป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างแรงในประเทศนั้นๆ ฮีเก๋ามากใส่เสื้อฮาวาย น้ำลายยืดนิดๆมาสอนทุกวัน ที่โรงเรียนนั้น ไม่เคยสอนเลยว่า อะไรทำยังไง แต่ให้คิดและอธิบายว่า ทำไมถึงคิดแบบนี้ ทำไมถึงทำแบบนี้ และไม่เคยให้ฉันเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ในรายงานทุกชิ้นจะต้องเขียนว่า "ฉันเรียนรู้อะไร ในการผลิตผลงานชิ้นนี้ และฉันพลาดตรงไหน" ถ้าไม่เรียนรู้อะไรใหม่ และไม่พลาดอะไรเลย ถือว่าตก

 

ตอนแรกสุด ฉันจบโทมาด้วยความคิดแบบ... เฮือก! ฉันมาทำอะไรที่นี่... ฉันไม่มีสกิลอะไรเพิ่มขึ้นเลยซักกะอย่าง... แต่วันเวลาผ่านไป ก็ทำให้ฉันเข้าใจ ว่าสกิลเป็นของนอกกาย ไม่ตายย่อมหาเพิ่มพูนได้ แต่ความคิดความอ่าน ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่คนเรามองข้ามไปได้ง่ายมาก บางทีใช้ชีวิตไปจนแก่แล้วเพิ่งมาฉุกคิดได้ทีหลังก็มี หลังจากออกมาจากโรงเรียนนั้น ฉันได้เข้าใจว่า ตลอดเวลาอันยาวนานที่ใช้ไป ฉันได้ฝึกคิดทุกวัน ฝึกมองเหตุมองผลของสิ่งต่างๆทุกวัน ฝึกสังเกตตนเองและคนรอบข้างทุกวัน และฝึกทำความเข้าใจ ความเป็นมาเป็นไปรอบตัวฉันทุกวัน ของแบบนี้ ไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปฝึกก็ได้ ขอให้รู้จักเตือนตัวเองให้คิดอยู่เสมอ เราก็จะละเอียดขึ้น ลึกขึ้น เทพขึ้น จะทำอะไรก็รุ่งรับรอง

 

ว่าแล้วก็ไปนอนดมกลิ่นขี้หมูต่อไป...

 

ปล. พรุ่งนี้ เอ๊ะ ไม่ใช่ วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม การประมูลตุ๊กตาไบลธ์ที่ฉันทำไปแสดงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ตอน 10 โมงเช้าไทย 11 โมงจีน เที่ยงญี่ปุ่น สี่ทุ่มนิวยอร์ก ขอเชิญท่านทั้งหลายผู้สนใจ กรุณาติดตามการประมูลได้ที่ http://www.mindtrigger.com นะคะ แฮ่ๆ หวังว่าจะได้เงินทำบุญมากมายเนอะ ^_^ (ล่าสุดอัพประมูลไว้บนหน้า ebay แล้วค่ะ กดดูเล่นหรือร่วมประมูลได้ที่นี่ได้เลยเน่อ

>>>> AUCTION <<<<

 

ปล. 2 ขอจากไปด้วยกลุ่มหนุ่มๆกล้ามงามในนาม  黑角 (เฮ เจี่ยว) พวกเค้าทั้งหลาย เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเขียนเอนทรี่นี้ วิดีโอมันยาว ดูแค่สองนาทีครึ่ง ช่วงแรกก็พอ

 

 

หนุ่มๆกลุ่มนี้เป็นแชมเปี้ยนการเต้นอะไรซักอย่างในไต้หวัน มีคนมาขอท้าทายแข่งขันมากมาย แต่คนอื่นไม่เคยเอาชนะได้เลย น่าคิดว่าทุกคนที่มาท้าทาย ต่างก็เต้นเก่งขั้นเทพกันทั้งนั้น.. แต่สิ่งที่เค้ามี แล้วคนอื่นขาดไป คืออิหยังอันใดหนอ..... อิอิ

 

อันนี้วิดิโอยาวอีกเช่นเคย หาอันสั้นๆมิเจอ เริ่มดูที่นาทีที่ 1:20 ก็พอจ้ะ

Hot! เจ๋งค่ะ big smile

ส่วนดิฉันช่างปล่อยตัวเองให้ไหลลอยไปไกลขึ้นทุึกวัน ๆ รู้สึกจะกู่ไม่กลับ อิอิ

#1 By b613 ดาวถัดมา on 2009-03-01 03:36

Hot! Hot!
จริงค่ะ
บางคนเขาก็พูดว่า
ฉันเก่งงู้นงี้ ทำไมฉันถึงไม่ชนะ
ทั้งที่งานของฉันก็ออกจะเจ๋ง
ดอกว่า การที่เขาทะนงตนว่าเก่งนั่นล่ะ คือสิ่งที่ทำให้เขาไม่ชนะ
คนอื่นที่เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งหรืออะไร เขาก็จะคอยพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ไม่ยอมย่ำอยู่กับที่ไงคะ

ปล. หนุ่มๆที่เต้นนี่น่าร๊ากกกก ตลกดี ไอเดียดีมาก เอาการละเล่นของเด็กมาประยุกต์ได้เจ๋ง โหะๆ
แถมหน้าตาดีด้วย แอร๊ยส์

#2 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2009-03-01 03:49

โกร่า ตื่นนอนแล้วค่ะ อีกสองชั่วโมงมารออัป คร่อก

#3 By Minpanda on 2009-03-01 07:13

โกร่าๆ Hot!

#4 By Minpanda on 2009-03-01 07:13

Hot! Hot!
คนเราอยากเก่งไม่ต้องการตลาด ไม่ต้องเทพ
แค่เข้าใจตัวเอง เข้าใจสิ่งรอบข้าง และคิดเองเป็น
แค่นั้นเองเนาะ
เปรียบเทียบได้เห็นภาพดีครับผม
Hot!

หนุ่มเฮเจียวเขาเจ๋งจริง เต้นเก่งไม่พอมีคอนเสปด้วย (ชอบจัง welcome to india!)

งานประมูลขอให้ประสบความสำเร็จนะครับ big smile

#6 By asuka111 on 2009-03-01 09:18

ให้กำลังใจข้อยมากเลย cry Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By Cotton on 2009-03-01 09:51

Hot!
/me พยักหน้า

#8 By Eddy on 2009-03-01 10:45

อืม..งแต่บางทีกว่าจะคิดมาได้แต่ละอย่างก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน
เหอะๆๆๆbig smile Hot!

#9 By หมาแว่น on 2009-03-01 10:50

ดูแล้วเข้าใจเลย ว่า

ความเก่ง ไม่เท่าไหร่

แต่ความเก๋า นี่สุดยอด confused smile

#10 By ChimERaTeDdY on 2009-03-01 10:52

Hot! Hot! Hot!

#11 By JUDY on 2009-03-01 11:29

^_^ เห็นด้วยครับ แต่ผมว่าก่อนอื่นก่อนใดก็ต้องขยันให้มีสกิลก่อนเล็กน้อยก็ยังดีครับ ผมยังเชื่อว่าคนเรามีความขยันไม่เท่ากันนะครับ แล้วก็เรื่องความสร้างสรรค์ผมก็ว่าเป็นความขยันอีกอย่างนะครับ อิๆ ประมาณว่าขยันคิด หมุนตัวเองไป ไม่หยุดนิ่ง คนที่ไม่คิดอะไรเลยไม่ขยันคิดผมก็ว่าน่าจะไม่ work อยู่แล้ว >_< Hot!

#12 By Elta_kung on 2009-03-01 12:50

concept เทพ + skill เทพ = เมพขิง ( แปลว่าไรหว่า ? ) ซินะ Hot!

#13 By mahaoath on 2009-03-01 14:13

นั่นสินะ ความคิดศร้างสรรค์ต้องมาก่อนbig smile

ชอบที่เต้นอ่ะ
บรรเจิดมากกกกconfused smile

Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-03-01 16:07

#13 เมพขิงๆ ก็คือ เทพจิงๆ ไงคะ ^^

เกิดจากการพิมพ์ตก จนกลายเป็นศัพท์confused smile

#15 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-03-01 16:08

"ฉันเรียนรู้อะไร ในการผลิตผลงานชิ้นนี้ และฉันพลาดตรงไหน"

เป็นแนวคิดที่ดีมากค่ะ เพราะถ้าคนเราเรียนรู้แต่ประสบความสำเร็จจะนั่งอยู่กับที่ เหมือนกับบริษัทโตโยต้าก็คิดคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกันถึงได้ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลกทุกวันนี้ได้

ทำทุกครั้งต้องถามว่าตัวเองได้อะไรจากงานชินนี้ แล้วในงานชินนี้พลาดตรงไหน เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ก็จะยิ่งเก่งขึ้นกว่าเดิมไปเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนแข่งกับตัวเองไม่กดดันดีค่ะ

#16 By *~citrus~* on 2009-03-01 16:49

ผมไม่รู้จักกลุ่มนี้เลยครับ เ้ต้นเก่งมากๆ ชอบๆครับพี่เจา big smile
อร๊าย เอาน้ำมนต์มาสาดฉันแรงๆ /โอ้ย น้องแป้มซื้อล็อตตารี่มาโดนกินแสบทรวงนักHot!

#18 By HineyHelsinki on 2009-03-01 20:29

มิน่าทำไม บทความถึงได้เก๋นัก
ได้อาจารย์ดีนี่เอง

อ่านแล้วเปิดกะลามากมาย

แต่ทำไมหนอ อ่านๆไปนึกถึงใครคนนึงที่เพิ่งงอนจากไป

#19 By ป้าแดง underground on 2009-03-01 23:28

Hot! big smile

#20 By iDoi* on 2009-03-02 00:01

Hot! ได้คิด ได้คิด ขอบคุณที่เขียนเอนทรีนี้ขึ้นมาค่ะ

#21 By (^_^)/nana on 2009-03-02 03:52