079: จดหมาย (เป็น) เหตุ

posted on 06 Dec 2008 23:53 by rinnathecat  in Etc

ช่วงนี้สงสัยเป็นช่วงใกล้เทศกาล หรืออะไรมันประจวบเหมาะกันก็ไม่ทราบ แต่อยู่ๆ ฉันก็ได้รับ ems มากมาย หลายๆแบบ ฉันได้ตอบบางท่านไปบ้างแล้ว แต่หลังๆ เหมือนจะได้ข้อความซ้ำๆ แนวเดียวกันมาบ่อยครั้ง เลยรวบรวมมาตอบบนหน้าเอนทรี่เลยแล้วกันนะคะ

 

สำหรับท่าน ที่ ems ที่อยู่เข้ามา เนื่องจากทำ TAG ของหลวงพี่เชอรี่และท่านมหาโอ๊ต ขอโมทนาสาธุด้วยนะคะ ฉันจะจัดการติดต่อส่งวัตถุมงคลที่ระลึกไปให้ค่ะ ขอรอให้หลวงพี่เชอรี่ท่านกลับมาจาก สำรวจเส้นทางบนดอยก่อนก็แล้วกันเน่อ พอดีของทั้งหมดอยู่กับท่านหมดเลยค่ะ ^^; หลักฐานๆ (แอบไปถ่ายมาจากหน้ากุฏิท่าน งิงิ)

 

 

สำหรับท่านที่ ems ที่อยู่เข้ามา เรื่องของที่ระลึกการประมูล ไทยช่วยสันติสุข ขอบคุณมากๆค่ะ ฉันกำลังเร่งมือ นับๆจำนวนแล้ว มีไม่มากคนเท่าไหร่ น่าจะทำมือเองได้อย่างเต็มที่ สัญญาว่า จะให้ทันก่อนปีใหม่นี้แน่นอนค่ะ ได้เป็นของขวัญปีใหม่ไปด้วยเลยเนอะ ^^ ช่วงนี้สตูกำลังระเบิดลงอย่างแรงค่ะ แรงบันดาลใจพุ่งกระฉูดมาก เลยหายหน้าหายตา ไปจากการเขียนบล๊อก เหมือนเวลามีไอเดียแล้ว ก็อยากรีบๆทำงานออกมา ขี้เกียจกิน ขี้เกียจพักผ่อนกันเลยทีเดียว อาๆๆๆๆๆๆๆ   แอบให้ดูหลักฐานการระเบิดลงสตู *-* จริงๆที่ถ่ายนี่ เก็บๆบ้างแล้วนะคะ ของจริงเละกว่านี้มาก เอิ๊กๆๆๆ

 

 

นอกนั้นก็มีท่านที่ ems เข้ามาคุยเล่น ฯลฯ ซึ่งก็ไม่มีอะไรเนอะคะ ตอบกันไปบ้างแล้ว แต่ที่คิดว่าต้องเคลียร์กันยาว คือท่านที่ ems เข้ามา ด้วยปัญหาหลายๆประเภท เช่น 1. การเมือง 2. ปัญหารู้สึกว่าโดนฉันโกรธและด่า = = โอเค จริงๆแล้วที่เขียนๆกันเข้ามา ทั้งการเมือง ทั้งเรื่องด่า เนื้อความก็ประมาณใกล้เคียงกัน เอาล่ะ มาเคลียร์กัน ขอสลับโหมด เข้าสู่โหมดจริงจัง หยุดกุ๊กกิ๊กชั่วคราว

 

 

คำเตือน ขณะนี้กำลังเข้าสู่โซนอันตราย

ขอให้เตรียมกายใจให้พร้อม

 

 

 

ประการแรก การเขียนเอนทรี่ ก็เหมือนละคร เมื่อเรามี Need to Express โดยมุ่งประเด็นไปที่คนที่เราต้องการสื่อสารด้วย มันมักจะทรงพลัง และคนรอบข้าง อาจจะรู้สึกว่า "โดนกระทบ" ได้ง่าย ถึงได้มีท่านทั้งหลายแอบกระซิบถามฉันว่า ด่ากรูละป่าว ขอตอบว่า ฉันเขียนจากประสบการณ์ ที่ได้คุยกับคนโน้นคนนี้ แล้วก็เคี้ยวประสบการณ์ที่คุยด้วยนั้น ออกมาเป็นความคิดเห็น กลืนมัน แล้วก็เอามันมาย่อยต่ออีกขั้นนึง เมื่อย่อยจนผ่านลำไส้ใหญ่ พร้อมปล่อยของ มันก็ไม่เหลือซากอยู่แล้วล่ะค่ะ มันเป็นการพูดโดยรวม in general โดยมีแรงบันดาลใจ มาจากการสนทนาก่อนเคี้ยวเฉยๆ แต่พอดี เรื่องมันอาจจะแรง เพราะฉันไม่ได้เขียนแบบนางงามมิตรภาพ แต่อยากย้ำอีกรอบว่า ไม่ได้ด่าใครโดยตรงนะคะ มันอาจจะแค่ชิ่งไปโดนเฉยๆ คริๆ

 

ประการที่ 2 ท่านที่มีข้อสงสัย ว่าทำไมฉันไม่ด่าฝ่ายที่ท่านอยากให้ด่า จริงๆแล้ว ฉันคิดว่า ความคิดเห็นทางการเมือง ก็เหมือนรสนิยมในการกินอาหาร  ใครอยากจะกินอะไรก็กินไป ทำไมฉันต้องพยายามโน้มน้าวให้ชาวบ้านกินเหมือนฉัน? แต่เหมือนมันจะไม่พอ โอเค ถ้าอยากรู้เหตุผลว่า ทำไมฉันถึงเลือกมีรสนิยมแบบนี้ ฉันบอกคร่าวๆ ว่า ข้อมูลที่ฉันได้ ไม่ได้มาจากข่าวทั่วไปในจอทีวี หรือในเว็บต่างๆ แต่เป็นข้อมูลที่ฉันประสบมาด้วยตัวเอง ซึ่ง!!! แต่ละคน ก็ได้รับข้อมูลไม่เหมือนกัน ฉันจึงไม่เคยที่จะพยายามโน้มน้าวใคร ได้แต่สลดใจ ที่ข้อมูลต่างๆ มันถูกบิดเบือนไปมากในสงครามสื่อ กระนั้น ฉันก็เชื่อว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ความเข้าใจของคน มันก็มีขีดจำกัดแล้วแต่บุญกรรมทำกันมา ของอย่างเดียวกัน คนนึงใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่เข้าใจ แต่บางคนก็เข้าใจมันได้ง่ายๆ มันก็เป็นธรรมดาโลกค่ะ ใครจะเชื่ออะไร จะคิดอะไร ก็เป็นสิทธิของทุกคน และก็เป็นสิทธิของฉัน ที่ฉันเลือกที่จะไม่ด่าใคร

 

ประการที่ 3 มีใครชอบให้คนอื่นเดินมาฉี่รดไหมคะ? ยกเว้นพวก sm วิปริต ฉันคิดว่าการด่ากัน โจมตีกัน มันก็เหมือนฉี่ใส่กัน ถึงใครๆจะเปรียบมันกับตด แต่ฉันว่า ตดมันเป็นสิ่งที่อั้นได้ยากกว่าฉี่ (โอ้ยยย ฉันกำลังเขียนเรื่องตดกับฉี่ เจริญ)  ฉี่มันเป็นสิ่งที่อั้นได้บ้าง คาดการได้ ว่าจะปวด รู้ที่มาที่ไป ว่า ถ้ากินน้ำมาก อาจะปวดฉี่ได้ เตรียมเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางก็ได้ ถ้าเปรียบการใช้วาจาผรุสวาทกับตด มันก็เหมือนกับว่า จิตใจของคนเราเป็นสิ่งที่ยับยั้งไม่ได้เลย และจะเหม็นหรือไม่ เราก็ไม่รับผิดชอบ แต่จริงๆแล้ว การด่าทอกันด้วยวาจาหยาบคาย โจมตีกันและกัน มันเป็นสิ่งที่ระงับได้ ถ้ามีสติรู้ตัว แต่บางคน ใช้การฉี่ทำมาหากิน ฉี่ได้โด่งโค้งดีเด่น ถ้าจะฉี่โด่งเงียบๆคนเดียว ก็ไม่เป็นไรนะคะ แต่การฉี่ในที่สาธารณะให้คนอื่นเห็นด้วยเนี่ย มันเป็นการ Copy บาปกรรม ตามจำนวนผู้คนที่เข้ามาเห็น ยิ่งเป็นคนดังคนยิ่งเห็นมาก ยิ่งบาปมาก พระท่านถึงได้ว่า การจะทำอะไรต่อหน้าสาธารณชนนั้น สำคัญอย่างยิ่ง ที่ผู้กระทำ จะต้องระมัดระวังกริยาของตนให้มาก ไม่ใช่เพื่อคนอื่นหรอก เพื่อตัวเองนั่นแหละ บาปกรรมถูกทำซ้ำตามจำนวน session ที่วิ่ง แค่คิดก็หลอนแทนแล้ว กราฟยิ่งสูง บาปยิ่งสูง ทั้งที่พิมพ์แค่ครั้งเดียว ดังนั้น ฉันจึงได้เตือนออกไป ทั้งที่รู้ว่า ไปเตือน ก็อาจจะเจ็บตัว อาจจะโดนฉี่ใส่ โดนเอาไปนินทา ฯลฯ แต่ฉันก็ไม่แคร์อะค่ะ ถึงจะโดนรุมอะไรยังไง ฉันก็คิดว่า ถ้าฉันห่วงใย ฉันก็เตือน ก็จบ ส่วนฟังคำเตือนของฉันแล้ว จะโกรธ จะเกลียด ฯลฯ อันนี้ ก็แล่วแต๊ ค่ะ ฉันถือว่าได้ทำหน้าที่ในฐานะส่วนนึงของสังคมนี้แล้ว

 

ประการที่ 4 ฉันทราบมาว่า มีคนอ้างว่า รู้จักฉันดี ขนาด สามารถบอกได้ ว่าฉันรู้สึกยังไง แล้วเอาไปพูดต่อ ให้คนอื่นคิดว่า ฉันพูดแบบนั้นแบบนี้ นี่ขนาดฉันคิดว่า ฉันก็อยู่ในกลุ่มคนเล็กๆสงบๆของฉันแล้ว เพื่อนสนิทใน exteen นี่ มี 1. หลวงพี่ 2. น้องเอ็ด 3. น้องแป้ม แต่ฉันเชื่อว่า แม้แต่ 3 คนนี้ ก็ยังไม่กล้าพูดความรู้สึกของฉัน แทนตัวฉันอย่างแน่นอน ขอยืนยันว่า ฉัน represent ตัวเองเท่านั้น และไม่มีใคร มา represent ตัวฉันได้ จบข่าวนะคะ ดังนั้น ไม่ว่าจะฟังใครมา เค้าก็ไม่ใช่ฉันอยู่ดี ขอให้มีวิจารณญาณ ในการรับฟังสื่อรอบด้านด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

ประการที่ 5 ฉันโกรธ ใช่ค่ะ ฉันโกรธ โกรธมากๆ เวลาที่มีคนพูดจา เอาชีวิตของผู้คน แม้แต่สัตว์ต่างๆ มาล้อเล่น ซ้ำเติม อย่างไร้ค่าไร้ความหมายที่สุด โกรธจนไม่อยากมองหน้า หรือได้ยิน หรือ เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่อยู่ใกล้ๆคนที่พูดอีกเลย แต่!!!!!! ความโกรธนั่น เป็นความรู้สึกแรก เมื่อตั้งสติให้ดี กลั่นกรองตัวเองซักพัก ฉันก็คิดว่า ฉันลงลิฟท์ทางอารมณ์ได้ ฉันพยายามนั่งวิเคราะห์สภาพความโกรธของตัวเอง ได้ดังนี้

 

โกรธ --- เสียใจ --- เห็นใจ --- สงสาร --- ปลง

 

ดังนั้นถ้าถามว่า ตอนนี้ฉันโกรธ และเกลียดใครไหม ฉันไม่โกรธใครแล้วค่ะ และฉันไม่โกรธใครข้ามวัน (ถ้าเค้าไม่ทำเรื่องนั้นซ้ำให้ฉันโกรธใหม่) ฉันหยุดโกรธ และทิ้งความโกรธทุกคืน ก่อนนอน ตอนสวดบทอโหสิกรรม ดังนั้น ฉันได้กดปุ่ม reset ความโกรธฉันไปแล้ว ขอให้ทุกท่านอย่าคิดมาก ขอบคุณทุกท่านที่พยายามปรับความเข้าใจ ขออภัยด้วย ในส่วนของฉัน ที่อาจจะทำให้ใครต่อใคร ไม่สบายใจ โดยตั้งใจ หรือไม่ไ่ตั้งใจก็แล้วแต่ ส่วนท่านใดที่ยืนยัน ว่าถึงฉันจะโกรธ ก็โกรธไป ฉันก็ได้แต่ ปลง ค่ะ ไม่ถือสา ในขณะเดียวกัน ก็ยอมรับว่า บางคนคุยถูกคอ บางคนคุยไม่ถูกคอ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน และลักษณะนิสัยของแต่ละคน ก็เป็นธรรมดาโลกอย่างหนึ่ง

 

ประการที่ 6 ฉันคิดว่า พลังงานที่ทุกคนมีอยู่ทั้งหมดเนี่ย น่าจะเอามาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานสำหรับทำอะไรในเชิงสร้างสรรค์นะคะ พลังงานที่พลุ่งพล่าน ก่นด่ากัน ฉันต้องถูก ฉันต้องดี อีนี่มันเหี้ย อีนั่นมันเลว ฯลฯ ฉันคิดว่า เอาพลังงานทางนี้ มาปรับใช้ ทำอะไรที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติดีที่สุดค่ะ เช่น อิเลว อินี่มันเลว นี่แน่ๆๆๆ ฉันจะปลูกป่าให้เข็ดเลย หรือ ไอ่เหี้ย มรึงด่าพ่อกู หงุดหงิดเฟร้ย บริจาคเงินช่วยวัดต่างจังหวัดทุรกันดารซะเลย ฯลฯ คือใช่ เวลาที่เราโมโห มันยาก ที่จะหยุดคิดว่า จะทำอะไรดีๆ แต่ อย่างที่ฉันเขียนไปในเอนทรี่ก่อนหน้านี้ ว่า เราได้หันมา มองดูตัวเองแล้วหรือยัง สมมติเราด่า ว่า ไอ่เหี้ย มึงอย่างโง๊น มึงอย่างงี๊ แต่เราได้หันกลับมามองดูตัวเองแล้วรึยังว่า เราทำอะไรให้กับสังคมและประเทศชาติที่เราด่าๆบ้าง นอกจาก ทำงานไปวันๆ เอาตัวรอดไปวันๆ แล้วก็บ่นไป ด่าไปวันๆ ถ้าเรามัวแต่เอาเวลา ไปโฟกัสความดีความเลวของคนอื่น แต่ไม่ได้โฟกัสความดีความเลวของตนเอง ฉันคิดว่า มันเปลืองพลังงาน และทำให้โลกร้อนมากโดยใช่เหตุ = =

 

ส่งท้ายด้วยเนื้อเพลงบางส่วนของ Black Eyed Peas ที่ฉันรู้สึกประทับใจ (หลวงพี่แนะนำให้แปลเพิ่มเติมค่ะ)

 

Got no time for grand philosophy

ตรูไม่มีเวลาสำหรับหลักการอันยิ่งใหญ่

I barely keep my head above the tide

แค่จะใช้ชีวิตให้รอดไปวันๆก็ลำบากแล้ว

I got this mortgage, got three kids at school

ไหนจะผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เลี้ยงลูกวัยเรียนอีก 3 คน

What you're saying is the truth, but really troubles me inside

สิ่งที่แกพูดมามันก็ถูก แต่มันทำลำบากว่ะ

 

I'd change the world if I could change my mind

ฉันเปลี่ยนโลกนี้ได้ เพียงแค่ฉันเปลี่ยนใจตัวเองก่อน

If I could live beyond my fears

เพียงแค่ฉันสามารถเอาชนะความกลัวของตัวเองได้

Exchanging unity for all my insecurity

ยอมรู้สึกหวั่นไหว ไม่มั่นคง แลกกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสังคม

Exchanging laughter for my tears

ยอมแลกน้ำตาของฉัน เพื่อเสียงหัวเราะ (ของคนอื่น)

 


โอเค หวังว่าจะเคลียร์

หลังจากนี้จะกลับเข้าสู่โหมดกุ๊กกิ๊ก งดเป็น SM Queen ชั่วคราว คริๆ

รักทุกคนค่ะ

 

 

 

Tags: ems
เจิมคอมเม้นต์ก่อนนอน คร่อกๆ

#1 By Eddy on 2008-12-07 02:58

ฝันดี หงิงๆ

#2 By Rinna ♥ on 2008-12-07 02:59

สตูพี่เจาสวยจัง

#3 By HineyHelsinki on 2008-12-07 03:10

หน้าตาสตู เหมือนบ้านเรย

เห็นด้วยกับประการที่ ๖ สุดฤทธิ์ เจ้าข้าเอ้ย...

ว่าแต่ มิแปลเนื้อเพลงสักหน่อยหรือ เห็นใจคนอ่อนภาษาประกิตหง่ะ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#4 By Dhammasarokikku on 2008-12-07 04:49

อ่านแล้วก็ เออนะ ผู้หญิงคนนี้เข้าใจธรรมะดีจัง สาธุ

#5 By mahaoath on 2008-12-07 09:42

ชอบข้อ 6 โกรธแล้วเอาพลังงานไปทำอะไรดีๆนี่ โลกคงดีขึ้นเยอะเลย confused smile

#6 By PLARIEX on 2008-12-07 12:21

อย่าเครียดมากนะเคอะ คุณพี่
เด่ี๋ยวไม่สวยย surprised smile
คนเรามันมีหลายอย่างอะ ..เข้าใจยาก
บางอย่างก็ต้องกรวดน้ำให้ปายยย ปลงค่ะปลง

#7 By ☆ TIMO ☆ on 2008-12-07 14:15

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย -_-'
แต่ว่า บรรยากาศที่บ้านน่าทำงานดีนะครับ

ว่าจะปลีกวิเวกบ้างเหมือนกัน
ช่วงนี้เริ่มทำอะไรที่อยากๆไม่ค่อยทัน ^-^
สตูน่าทำงานดีจัง


นานาจิตตังอ่ะเน้ออ แต่ดีจังอ่ะ ไม่โกรธข้ามวัน อยากทำได้บ้าง แต่ปล่อยวางไม่ค่อยได้สักทีsad smile

#9 By tapum on 2008-12-07 15:59

big smile

#10 By b-padung Studio on 2008-12-07 22:36

เดี๋ยวนี้ไม่อยากโกรธใครนานๆ เหมือนกัน...


สตูดิโอน่านอนsad smile confused smile

#11 By wesong on 2008-12-07 22:47

โลกนี้มีคนมากมายหลายแบบน่อส์ค่า
บางคนก็ยากจะเข้าใจจจจจจ เฮ่อ


เล็งสตูแล้วเจอวิกสีฟ้าๆ ~
จะใช่น้องที่กำลังคอสตอมอยู่ป่าวหว่า >///<

#12 By ◣ Tairataraban ◥ on 2008-12-07 22:53

^
^
อิอิ ต้องติดตามต่อไปค่ะ ช่วงนี้กำลังรวบรวมผลงาน ซักพัก จะเอามาโปรยลงบล๊อกตูมตามต่อเนื่อง โปรดติดตามตอนต่อไป คริๆๆ

#13 By Rinna ♥ on 2008-12-07 23:43

แวะมาคอมเม้นท์