070: 7 ขั้นการช่วยตัวเองเมื่อความเฟลมาเยือน
posted on 14 Nov 2008 02:33 by rinnathecat in Thoughtความเฟล ไม่เข้าใครออกใคร บางทีคนเราก็หวั่นไหวกันได้ เป็นธรรมชาติ ยิ่งหนาวๆแบบนี้ ยิ่งจิตตกง่ายด้วยสิ หน้าหนาว เราต้องใส่เสื้อหนาวฉันท์ใด เวลาที่ใจหนาว (ฮิ๊ววววววว ) เราก็ต้องห่มผ้าอุ่นๆให้ใจฉันท์นั้น จนกว่าเราจะบรรลุธรรมเหมือนพระธิเบต ที่สามารถขจัดความรู้สึกของผิวหนังร่างกายออกไปได้ ก็หวังว่า วิธีงูๆปลาๆของฉันจะทำให้ฝ่าฟันวันหนาวๆแบบนี้ไปได้บ้าง ฉันเองก็ไม่ใช่คนเข้มแข็งอะไรมากมาย หลายๆครั้งก็ตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของตัวเองเหมือนกัน อ๊าง~ แต่ช่วงนี้สดใส ก็อยากจะเขียนไว้เตือนๆตัวเองด้วยแหละ
ทำอย่างไร เมื่อจิตตก
ขั้นที่ 1. งดบิ้วท์อารมณ์ด้านลบ
![]()
![]()
![]()
![]()
ยิ่งอกหักยิ่งฟังเพลงรักคุด มันจะพาลอยากโดดหน้าต่างลงไปซะตรงนั้น ยิ่งเฟล ยิ่งบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าฉันมันเฮงซวย มันจะทำให้ยิ่งแย่ค่ะ ฉันอาจจะเป็นคนแข็งกระด้างซักหน่อย แต่้เวลาที่ฉันเฟล ฉันไม่ยอมฟังเพลงที่สร้างความรู้สึกแง่ลบเป็นอันขาดค่ะ พวก ฉันขาดเธอแล้วจะตาย หรือ ชีวิตฉันไม่มีใครอีกแล้ว ล๊า ลา เหงาเหลือเกิน ไม่มีใครเข้าใจ ฯลฯ พวกนี้มันบั่นทอนค่ะ เมื่อฟังแล้วมันจะย้ำคิดย้ำทำ จมปลักอยู่กับความทุกข์ของตัวเองอยู่ร่ำไปค่ะ ยิ่งอินง่าย ใครฉุดก็ไม่อยู่ ถึงมันจะสะใจดี แต่มันเป็นการสร้างสมความมาโสะ (masochist) ของเรานะคะ ยิ่งเราฝึกทำตัวมาโสะบ่อยๆ ฝึกทำตัวเศร้าบ่อยๆ อีกหน่อยจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าของจริงขึ้นมาละยุ่งเลย ดังนั้น เมื่อเรามีความรู้สึกเฟลขึ้นมา ขอให้ งดเพลง งดมิวสิค เศร้าๆลบๆ อะไรทำนองนี้ก่อนเลย
ขั้นที่ 2 หยุดความคิดของตัวเองไว้ชั่วครู่
![]()
![]()
จินตนาการและความคิดของคนเรานี่มันสุดยอดไปเลย เวลากลัวผีเนี่ย ส่วนมาก กลัวผีในจินตนาการของตัวเองมากกว่าอย่างอื่นเลยค่ะ เวลาเศร้าๆ เฟลๆ สลดๆ ความคิดของเรานี่แหละ ที่ยิ่งผลักดันให้ทุกอย่างมันแย่ลงอีก 100 เท่า จิตใจของเรา มันจะไม่เป็นอันทำอะไร อยากจะคิดซ้ำเติมตัวเองอยู่ร่ำไป แว๊บๆซักพัก คิดอีกละ ถ้ารู้สึกว่า เฟลและสลดมากๆ ขอให้อยู่เฉยๆไว้ค่ะ ถ้าหัวมันคิดอะไร ขอให้หยุดความคิดขอตัวเองไม่ว่าในด้านดีหรือร้ายไว้ซักครู่ ไม่ต้องคิดไรเลย บอกตัวเองซ้ำๆ ว่า กรูม่ายคิดอะไร กรูม่ายคิดอะไร ท่องเข้าไว้ๆๆๆ ไม่คิดๆๆๆๆ
ขั้นที่ 3 ปิดทำการชั่วคราว
ปิดทำการที่ว่านี้ คือ ไม่พยายามจะตัดสินใจอะไรลงไปในขณะที่กำลังเฟลค่ะ การตัดสินใจทำอะไรลงไปในขณะที่สภาวะจิตใจ เรายังไม่มั่นคง จะทำให้เรามองทุกอย่างแบบเบลอๆ เหมือนกับควานหาของในน้ำขุ่นๆ เราอาจจะไปจับเอาวัตถุไม่พึงประสงค์ได้ ตอนนี้ขอให้อย่าเพิ่งลงมือตัดสินใจอะไรเด็ดขาด นิ่งไว้เป็นดีค่ะ ขอเลื่อนการตัดสินใจทุกอย่างออกไป จนกว่าจะหายเฟล
ขั้นที่ 4 มองหากระจกเงาบานใหญ่
กระจกเงาในที่นี้ ถ้าโชคดี เราจะได้แบบเป็นคนๆค่ะ คือมีคนที่เราสามารถระบายสิ่งต่างๆให้ฟังได้ โดยเค้าไม่ออกความเห็นยุแยงให้ไปไกลเข้าไปใหญ่ แต่ตรงข้าม คนที่รับฟังนี่ เค้าจะช่วยเป็นกระจกสะท้อนสิ่งที่ตัวเราพูดออกมาให้ค่ะ ว่า เออ เราืำทำแบบนี้แบบนั้น เราทำไรอยู่เนี่ย บางทีการมองตัวเองจากตัวเอง มันมองยากสำหรับคนยังไม่บรรลุ ถ้ามีคนอื่นมาสะท้อนให้เราเห็น เราจะมองได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่บางทีโชคไม่ดี เพื่อนไม่ว่าง โอ้ยย ไม่มีคนเข้าใจ ทำไงดี ก็ขอให้สร้างสรรค์อะไรบางอย่าง เพื่อเป็นการสะท้อนสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการ เขียนบล๊อกอีโม (กรุณารออย่างน้อย 24 ชม. ก่อนอัพ และปิดคอมเม้นได้ก็จะดีมาก และงดอัพหลังตี 2 เพราะเป็นช่วงเวลาพีคแตกที่สุดของความอีโม
) การวาดภาพ การชูตบาส วิ่งลงเนินเขา ฯลฯ ถึงจะฟังดูงี่เง่า แต่เหล่านี้ ถ้าเราทำไปด้วย มองมันเป็นกระจกสะท้อนตัวเราไปด้วย เราจะเริ่มเห็นละ ว่า เออ.. ชั้นทำไรอยู่เนี่ย เออ ชั้นเขียนไรเนี่ย ถ้าหากิจกรรมทำเป็นกระจกสะท้อนตัวเองไม่ได้ ขอให้หากระจกจริงๆมา 1 บาน ส่องหน้าตัวเองดูค่ะ นั่งดูไปเรื่อยๆ ว่า เออชั้นทำไรอยู่เนี่ย เกิดไรขึ้นกับชั้นเนี่ย ทำไมเป็นแบบนี้เนี่ย ฯลฯ
ขั้นที่ 5 เข้าถ้ำ
![]()
![]()
จริงๆแล้วก็แค่หามุมสงบๆเงียบๆ ที่ได้ใช้เวลากับตัวเอง โดยไม่มีคนอื่นมายุ่งนี่แหละค่ะ แล้วก็มองปัญหาย้อนกลับไป กติกาก็คือว่า อย่าไปคิดว่า ทำไมแกถึงทำแบบนี้กับชั้น แต่กลับกัน ขอให้คิดว่า ที่ผ่านมา ชั้นทำอะไรผิดไป ถึงได้มาถึงจุดที่รู้สึกแย่ๆเครียดๆขนาดนี้ ยิ่งคิดถึงความผิดของคนอื่นมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเฟลจัดมากขึ้นเท่านั้นค่ะ ขอให้คิดถึงว่า ฉันทำอะไร ฉันจะทำอะไรได้ดีขึ้นกว่าเดิมมั๊ย ฉันคาดหวังและต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้รู้สึกแบบนั้น อาา นี่แปลว่าฉันแอบชอบเค้าใช่มั๊ย อ๊างงงงง ฯลฯ ฉันเหงาใช่มั๊ย ฉันถึงได้เฟล เวลาที่เค้าจากฉันไป ฯลฯ ทำไมฉันถึงเศร้า เพราะฉันคาดหวังว่าเค้าจะอยู่กับฉันใช่มั๊ย ดังนั้น ฉันผิดเอง ที่ไม่เรียนรู้ที่จะรับมือ กับวันที่เค้าอาจจะจากไป ฯลฯ เมื่อเราคิดได้ว่า เราพลาดไปตรงไหน จนท้ายที่สุด ไม่มีอะไรจะอ้างแล้ว ว่า ทำไมกรูซวยแบบนี้ ก็ขอให้โทษตัวเองที่เวียนว่ายมาเกิดค่ะ ฉันผิดเองแหละ ที่ยังไม่หลุดพ้น ตราบเท่าที่ฉันไม่หลุดพ้น ฉันก็จะเจอของแบบนี้เป็นธรรมดา อาเมน
ขั้นที่ 6 ปรับตัวปรับใจ
![]()
![]()
เมื่อคิดได้แล้วว่า พลาดอะไรไป เราก็มองไปข้างหน้าค่ะ ให้อภัยตัวเอง ทิ้งสิ่งที่ผ่านมาไปซะ ตั้งต้นใหม่ ว่าฉันเฟลมาแล้ว ฉันจะ fail better next time ได้อย่างไร ฉันต้องปรับปรุงตัวตรงไหน เริ่มจากอะไรบ้าง ถ้าเราไปมองว่าทุกอย่างที่เกิด เป็นเพราะคนอื่นนั้น เราจะย้อนหลังค่ะ ปัญหาของเรา ก็ไม่ได้แก้ ตัวเองก็ไม่ได้ปรับ แถมยังไปไล่ตามพินิจพิเคราะห์อีก ว่าทำไมคนอื่นคิดแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งตราบใดที่เราไม่ใช่คนอื่น เราก็ไม่มีวันรู้หรอกค่ะ แก้ไขคนอื่นนั้นยาก แก้ไขตัวเองง่ายกว่าเยอะมาก แล้วมีความหวังกว่าด้วย เพราะมันเป็นอะไรที่เราจับต้องได้ เมื่อคิดได้แล้ว ก็ดูว่า เราจะมีอะไรที่ต้องทำ เพื่อให้เกิดการหลุดพ้นจากวังวนแห่งความเฟล แล้วเราก็ลงมือทำซะ ก็สิ้นเรื่อง โอเคทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่เขียน แต่อย่างน้อย ถ้าเราตั้งใจเราก็จะมีเป้าแล้วว่า เราจะไปยังจุดไหน ไม่ใช่เดินแบบมืดบอด
ขั้นที่ 7 ยิ้มให้กับอดีต
![]()
![]()
เมื่อตั้งหลักได้ เดินไปข้างหน้าได้แล้ว เราก็อาจจะแอบเหลือบกลับมามองอดีต ช่วงที่เราเฟลๆซักหน่อย ว่า โถ่เอ๊ยยยย งี่เง่าเอ๊ยยยยยยย งี่เง่าจริงๆกรู มองมันเป็นเรื่องขำๆเรื่องนึง ที่หล่อหลอมให้เราโตขึ้น แล้วก็มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ถึงเราอาจจะไม่ได้ดีกว่าจุดที่เราเฟลมากนัก แต่อย่างน้อย สภาพจิตใจเราก็ค่อยๆปรับแหละ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้รู้สึกอยากโดดตึกตายเหมือนในขั้นแรกๆ เอาวะ ข้างหน้าไม่รู้เป็นไง แต่เราก็มีเป้าไว้แล้ว มีวัคซีนแล้วด้วย ว่า ถ้ามีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก เราต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะยังมีปัญหาที่ยังแก้ไม่หมด แต่เราก็รู้แล้วล่ะ ว่า อืมม เราต้องปรับปรุงอะไร แล้วเราก็นิ่งขึ้นแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเข้ามา ก็จะค่อยๆนั่งแก้ไปทีละเปลาะๆ
เวลาที่ปัญหาถาโถมเข้ามาใส่เรา ทำให้เราเฟล มันก็เหมือนกับอยู่ๆ มีคนโยนกลุ่มเชือกหนักๆที่เป็นปมจำนวนมาก มาใส่เรา ตอนแรก เราก็โมโห เห้ยยย ![]()
![]()
ใครวะๆ แสรดดด ฟ่ออออออ การมองหาว่าใครวะ ไม่สามารถจะเอาตัวเราออกจากกลุ่มเชือกได้ ยิ่งเราไปโมโห เศร้า เฟล ก็เหมือนเรายิ่งดิ้น เชือกก็อาจจะยิ่งพันยุ่งขึ้นๆ เราก็ต้องอยู่เฉยๆก่อน แล้วก็อย่าเพิ่งดึงโน่นดึงนี่มั่วไปหมด พยายามนิ่ง แล้วมองให้ดี ว่าปลายเชือกมันไปยังไง มายังไง ทำไมเราถึงโดนกลุ่มเชือกนี้ตกใส่หัว เมื่อมองออกแล้ว ก็อาจจะคิดว่า อ้อ
ซวยแหละ เดินผ่านมาตรงนี้พอดี เอาวะ ทำไงได้ ก็ต้องแกะมันออกไป วันหลังก็จะเดินไปไหนมาไหน ก็ต้องมองทางให้ดี มองไปรอบๆตัวว่า มีใครยื่นกรรไกรให้ซักอันได้มั๊ย เอาไว้ตัดเวลาโดนแบบนี้ แล้วก็มองตัวเองขำๆว่า เออว่ะ อยู่ดีๆ ตลกดีนะ เจอเรื่องแบบนี้ โอเค ถึงจะยังหลุดออกจากบ่วงอันนี้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำให้มันพันตัวมากขึ้นเข้าไปอีก เราก็มีเป้าหมายละ ว่า อืมม ค่อยๆขยายวงเอาตัวเราออกมาจากกลุ่มเชือกนี้ก็พอ ขยับมันไปทีละนิดๆ เดี๋ยวก็หลุดออกมาเอง เอาเข้าจริงๆมันอาจจะเป็นตาข่าย แห อวนอะไรบางอย่างก็ได้ หาที่มุดออกมาได้ ก็จบ
ฉันรู้ว่า ฉันเปรียบเทียบมันไม่ได้ดีเท่าไหร่ เพราะฉันง่วงมากมาย
![]()
![]()
ฉันแค่อยากจะแชร์ความคิดของฉันที่ดันตัวเองออกมาจากวังวนของความเฟลเร็วๆนี้ได้ มันอาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกสุขอนามัยอะไร แต่มันก็น่าจะพอช่วยได้บ้าง ท้ายสุดนี้ ขอขอบคุณน้องลิงขน ที่เป็นอินสะไปเรชั่นให้เขียนเอนทรี่นี้ ในเวลาที่ฉันไม่มีอะไรจะอู๊พ ฉันรู้ว่าแกไม่ได้แตกง่ายอะไรขนาดนั้น มันก็เป็นแค่บางเวลาที่เฟลกันบ้าง แต่อยากให้รู้ไว้ ว่าแกมีพี่สาวที่สวยงามเลิศเลอเพอร์เฟค
อยู่ตรงนี้ด้วยคนนึง (โฮะๆๆๆๆๆๆๆ) ![]()
![]()
ถึงจะทำไรไม่ได้มาก แต่ก็ให้กำลังใจอยู่ตรงนี้นะ (ดีใจที่พี่เป็นประโยชน์บ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง)
ปล. ถ้าทั้งหมดที่พูดมาไม่เวิร์ค ฉันขอเสนอให้หาเนินชันๆซักเนิน แล้ววิ่งลงมาอย่างสุดแรงเกิด ให้หกล้มคว่ำกันไปข้างนึง ฉันเคยลองมาแล้ว ฮาแตกกับตัวเองมากมาย จนหายเฟล แต่วิธีนี้ อย่าขับรถนะ ให้วิ่งด้วยขาตัวเองจะปลอดภัยกว่า และกรุณามองทางรอบข้างให้ดี มิฉะนั้น จะกลายเป็นเหมือน Animation เรื่อง Toki o Kakeru Shōjo
ปล.2 นับวันบล๊อกตุ๊กตากุ๊กกิ๊กของฉัน จะกลายเป็นคอลัมน์ช่วยตัวเอง (Self-Help) เข้าไปทุกทีๆ
ปล.3 ไหนๆก็ขึ้นฮอต ขอแอบประชาสัมพันธ์ของประมูลการกุศลค่ะ ใครอยากได้ไข่ของฉัน จิ้มโลด
ปล.4 ฉันกำลังพิจารณาของแถม เร็วๆนี้ เพื่อปั่นราคา กร๊ากกกกกก
ปล.5 ออพชั่นเสริมของประมูลของฉันมาแล้วนะคะ *-*
ดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่าาาา
http://rinnathecat.exteen.com/20081115/entry






แล้วปวดตับคิดงานไม่ออก วิธีพวกนี้ช่วยได้บ้างมั้ยนะ(ฮา)
#1 By [veho on 2008-11-14 05:25