041: นิทานถ้ำมอง ^^;
posted on 28 Sep 2008 18:59 by rinnathecat in Thoughtกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.... ที่ชายๆหมู่บ้าน บริเวณเชิงเขา มีถ้ำอยู่ถ้ำนึง ที่ทั้งลึกทั้งมืด ทั้งยาวและมีทางแยกมากมาย จนใครๆเข้าไปไม่เคยถึงสุดถ้ำ เวลาที่ชาวบ้านจะเดินไปทำไร่ทำนาทุกวัน ก็ผ่านถ้ำนั้นอยู่ทุกวัน แต่ละคนก็คิดกันไปต่างๆนานา ว่า
เอ... ในถ้ำนี่จะต้องมีเสือแน่ๆเลย เสือชอบอาศัยอยู่ในถ้ำ
อีกคนก็ว่า ไม่จริงหรอกแก~ ถ้ามีเสืออยู่ มันก็ต้องออกมากินชาวบ้าน ฉันว่าน่าจะมีหมีอยู่
อีกคนก็ว่า หมีตัวใหญ่จะตาย อยู่แต่ในถ้ำไ่ม่ได้หรอก ถ้าออกมาหาอาหารก็ต้องมีคนเห็น เพราะพวกเราเดินทางผ่านไปมาทางนี้ทุกวัน
เอ... แต่ถ้ำมันมืดมากนะ แถมยังคดเคี้ยวไปมา ฉันคิดว่า จะ้ต้องมีพญานาคตัวยักษ์ๆอาศัยอยู่แน่ๆเลย พญานาคอาจจะมีฤทธิ์ ออกมาแล้วคนก็มองไม่เห็นไง แต่เวลาเลื้อยไปเลื้อยมา ถ้ำมันก็เลยกลายเป็นทางแยกเล็ก ทางแยกน้อยอยู่นั่นไงล่ะ ฯลฯ
ฮ่วย ไม่ว่าจะตัวอะไรอะนะ ในนี้มันจะต้องมีสัตว์ใหญ่ที่อันตรายอาศัยอยู่แน่ๆ พวกเราต้องระวัง ไม่ให้สัตว์ร้ายในถ้ำนี่ ออกมาทำร้ายชาวบ้านได้นะ บลาๆๆ เราจะต้องหาอะไรใหญ่ๆมาปิดปากถ้ำให้ได้!! ไม่งั้นลูกหลานเราจะเจอสัตว์ร้ายวันไหน เราก็ไม่รู้
เห้ย แต่ถ้าเป็นอะไรที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ล่ะ ถ้าเราเข้าไปสุดถ้ำ เราไปขอพรได้ เราต้องรวยเละแหงๆ แถมถ้าเราไปปิดถ้ำเข้านะ เดี๋ยวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในนั้นโกรธ หมู่บ้านเราต้องซวยแหงๆ
เอ.. ถ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราก็ต้องเอามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของหมู่บ้านนะแก... เนี่ยเก็บตังนักท่องเที่ยวค่าเข้าชม บอกใครมีบุญก็ได้เจอ ใครไม่มีวาสนาเข้าไปแทบตายก็ไม่เจออะไร ได้ตังเยอะดี
เหย.. แต่ถ้าเป็นเสือจริงอย่างว่า คนเข้าไปโดนฆ่าตาย แล้วหมู่บ้านเราก็จะเสียชื่อนะเฟร้ย นักท่องเที่ยวจะไปมาอีก ฯลฯ
คำสนทนาทำนองนี้ มีวนเวียนอยู่ทุกๆวัน แล้วแต่ไอเดียของแต่ละคนว่า วันไหนจะปิ๊งขึ้นมาแบบไหน แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปสำรวจถ้ำดูจริงๆจังๆ เพราะบ้างก็กลัวสัตว์ร้าย บ้างก็ไม่สนใจทำงาน บ้างก็ลองเข้าไป แต่ไปไม่ทั่ว เพราะทางแยกเยอะ ออกมาก็มามั่วๆอธิบายถึงว่า ไปเห็นนั่นเห็นนี่มา เหยาะซอส ใส่ไข่นิดหน่อยให้ตัวเองดูดี .... โอ้ ในถ้ำนี่นะ มีเสืออยู่ แต่ชั้นเนี่ยเป็นคนกล้าหาญ ตบกบาลเสือหนีเข้าไปข้างในแล้ว แต่พวกเราเข้าไปไม่ได้รู้ปะ เพราะมันอาจจะมีอยู่หลายตัว ฯลฯ
ถ้าถ้ำมีหน้ามีตา...มันคงทำหน้าแบบ... ^^; เหงื่อตก...คิดในใจ.... ตรูก็ว่าตรูอยู่ของตรูเฉยๆ เอิ๊กๆ
ใครๆตั้งแต่เกิดมา ก็เคยได้ยินข่าวลือใช่มั๊ยคะ..
ยกตัวอย่างเช่น เห็นข่าวคนสำคัญ ดารา โดนโจมตี ประเด็นนั้นประเด็นนี้ คนนี้กิ๊กกัน คนนั้นท้อง คนนี้หย่า อีกคนเป็นเกย์ จนเสียภาพลักษณ์ สมมติ 9 เดือนผ่านไปพอดาราคนนั้นไม่ท้อง ก็จะมีข่าวใหม่ออกมาว่า สงสัยทำแท้งมั้งเธอ ฯลฯ คิดกันไปได้
บางคนก็บอกว่า ของแบบนี้ มันต้องมีมูลบ้างแหละ อืม... เราก็เห็นด้วยว่า ในสังคมนี้ คนกุข่าว เพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างก็มี คนที่ลือๆกันไปเองโดยไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรบางอย่างก็มี คนที่วิตกจริตกับอะไรใหม่ๆ จนคิดเองเออเองก็มี คนที่เห็นอย่างนึง เอาไปปะติดปะต่อกับอีกอย่างนึง ใส่ไข่ลงไปหน่อยนึง จนกลายเป็นข่าวขึ้นมาก็มี หรือคนที่เห็นข้อมูลจริงถ่ายทอดไปจริงๆ โดยไม่บิดเบือนก็มี
แต่คนที่จะเข้ามาถามตรงๆน่ะ มีน๊อย น้อย~
แต่ถึงถามตรงๆ บางคนพอได้คำตอบแล้วอยากจะคิดว่า โอ้ ยัยนี่ตอแหล ยัยนี่โกหก เอาไปมั่วต่อใส่ไข่ต่อ ก็มีมากมาย เอาเข้าไปเนอะ
ส่วนคนที่พูดจริงพูดตรง เล่นเกมบอกต่อปากต่อปากกันไปรอบวงซัก 10 คน วนกลับมาที่จุดเริ่มต้น โอกาสพลาดไม่เหมือนเริ่มต้นมันก็สูงซะยิ่งกว่าสูง
ถึงเวลาแล้ว ดีที่สุดก็คงเป็นว่า ต้องกลับมานั่งปลงๆ คิดซะว่า ช่างมันเต๊อะ ใครอยากจะคิดอะไรก็คิดไป อยากพูดอะไรก็พูดไป อยากกระทำอะไรก็ทำไปโลด เพราะคนเราต้องรับผิดชอบสิ่งที่คิด พูด และ ทำ ด้วยตัวเองอยู่ดีนี่นะ คนเราโดยมาก เชื่อในสิ่งที่ใจอยากเชื่อ แล้วก็ไม่เชื่อในสิ่งที่ใจต่อต้าน น้อยคนมากๆที่จะได้ใช้ปัญญาเข้ามามองอย่างถ่องแท้
คิดไม่ดี คิดร้าย วิตกกังวล จิตใจเราก็ละเอียดน้อยลง เผลอๆจะพาลเป็นทุกข์เอาซะงั้น โดยที่คนที่กำลังถูกคิด(ร้าย)ถึงนั้น เค้าก็อาจจะ Chillๆ* เฮฮาดีตามปกติ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนถ้ำนั่นน่ะ -0- (*รู้นะ ว่านักอนุรักษ์ภาษาทั้งหลายแอบสะดุด ปึ๊ด! ที่เราเขียนแบบนี้ อิอิ แต่อ่านแล้วเข้าใจละป่าวละคะ อิอิอิ)
พูดไม่ดี แน่นอนว่าใครพูดอะไรออกไป ก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองนั่นแล๊ะ~ บางคนสบถสาบานต่อหน้าผู้คนเรือนล้านด้วยคำโกหก เอาเข้าจริงๆก็ตายเพราะปากตัวเองได้ ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น พูดอะไรลืออะไร โดยไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ก็นำมาซึ่งความทุกข์ของตัวเอง พูดไม่จริงๆบ่อยๆ มั่วข่าวลือ คิดเองเออเองบ่อยๆ กลไกตามธรรมชาติมันก็มีผลทำให้คำพูดของคนๆนั้น น่าเชื่อถือน้อยลงโดยปริยาย ซ้ำร้าย ถ้าคนที่ถูกพูดถึงในแง่ร้ายนั้น เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์มากๆ เช่นพระสงฆ์องค์เจ้า หรือคนที่ไม่คิดจะทำร้ายใครตอบ อูย... ไม่อยากจะนึกเลยว่าคนที่พูดนั่นจะได้รับผลยังไง....
กระทำไม่ดี อันนี้ไม่น่าต้องพูดถึง ยังงัยซะ สัตว์โลกก็เป็นไปตามกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำอะไรมั่วๆก็จะมัวหลงๆมอมเมาตัวเองต่อไปแหละค่ะ คิคิ
เจอข่าวลือแล้วนิ่งไว้ ทำใจสบายๆ กลายเป็นถ้ำหินได้นี่ละน๊าา ดีที่สุด ข่าวลือยังไง ก็ไม่สามารถทำให้เราแปดเปื้อนได้ ถ้าเราไม่ทำตัวเราเอง (ไอ้ถ้ำเลว!! นี่แน่!! เก่งนักเหรอ -- มันดูปัญญาอ่อน = = ที่จะไปพยายามสู้กับคนที่ขว้างก้อนหินใส่ถ้ำใส่กำแพงดิน) ความจริงก็เป็นความจริงอยู่วันยันค่ำ ความไม่จริงทั้งหลายเดี๋ยวมันก็จะมีบทพิสูจน์ให้คนพูดหน้าแตกกันไปตามๆกันเองทีละนิดๆ
ที่ร่ายมายาวนี่ไม่ใช่อะไรหรอกนะคะ แอบฮา แบบว่า อิอิ เพิ่งรู้ว่าตัวเราอยู่เฉยๆ ก็สามารถทำให้คนอื่นหวั่นไหวได้ด้วยเหรอนี่ โฮะๆๆๆๆ เมื่อวานนี้เจอเพื่อนที่มาเที่ยวเมืองไทย คุยกันไปก็ฮากันไป ว่า เออเนอะ คนเรานี่ คิดไปได้ แถมข่าวเรายังกระเด็นไปไกลจนถึงญี่ปุ่นซะงั้น วังวนของข่าวลือนี่มัน จะว่า ฮาก็ฮา จะว่าบั่นทอนปัญญาก็ใช่
ว่าแล้ว..... แมวน้อยอย่างเราก็เดินเกาหัวแกรกๆ กลับเข้าถ้ำไปตามเดิม เอิ๊กๆๆๆ
ปล. สีผมใหม่แล้วนะคะ อิอิ แต่ใส่เสื้อตัวเดิม(ตัวเก่ง)
รักทุกคนที่หลงเข้ามาในนี้จ้ะ จุ๊ฟๆ
-----------------------------------------------------------------
สุดท้ายนี้มาช่วยกันทำบุญนะค๊าาาา เรารอแจกแฟ้มน้องไบลท์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ ใครสนใจ อ่านกติกาที่นี่โลดด







#1 By มุมเล็กๆ ของญาดา on 2008-09-28 22:00